<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Tongpul011's Weblog</title>
	<atom:link href="http://tongpul011.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://tongpul011.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Thu, 09 Jul 2009 10:28:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='tongpul011.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Tongpul011's Weblog</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://tongpul011.wordpress.com/osd.xml" title="Tongpul011&#039;s Weblog" />
	<atom:link rel='hub' href='http://tongpul011.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>ความแตกต่างในความรักของแม่</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2009 10:28:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=125</guid>
		<description><![CDATA[ความแตกต่างในความรักของแม่ โดย ทองพูล บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   เมื่อเอยถึงความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ หาใครเทียบเท่าไม่  เป็นความรักที่บริสุทธิ์ หาสิ่งใดมาทดแทนไม่  แต่ตามคำนิยามของ ท่านพุทธทาส  สมมุติไปถามพระอรหันต์ว่าแม่คืออะไร ! พระอรหันต์คงตอบว่า “แม่คือผู้สร้างมนุษย์ให้มาเป็นพระอรหันต์”  ถ้าไปถามลูกไก่ตัวเล็กๆว่าแม่คืออะไร  มันคงตอบว่า “แม่คือผู้มุงหลังคาให้ฉัน ครอบฉันไว้ตลอดเวลา” ถ้าไปถามลูกหมา ลูกหมาคงตอบว่า “แม่คือผู้คุ้มครองไม่ให้ใครมาทำร้ายรังแกฉัน มาแม่ก็เห่า ถ้ามาจับตัวฉัน แม่ก็กัด คุ้มครองฉันอย่างนี้ มาทำร้ายฉัน ฉันไม่ได้ แม่จะต่อสู้”แต่สำหรับท่านพุทธทาสภิกขุ “แม่คือ ผู้ที่ถ่ายทอดนิสัยให้มากยิ่งกว่าพ่อ และดูแม่นี่จะรักลูกยิ่งกว่าพ่อ”และท่านยังได้บอกว่า “ถ้าไม่มีแม่ สวนโมกข์ไม่มี&#8230;”  นี่คือความหมายที่ยิ่งใหญ่กับคำว่าแม่ แถบด้วยคำสั่งสอนของแม่ที่ยิ่งใหญ่ เช่น แม่ให้ทั้งชีวิต และวิญญาณ แม่สอนให้ละเอียดรอบคอบ  แม่สอนให้ประหยัด  แม่มีเงินให้ลูกเบิกได้ตลอดเวลาแม้ไม่ได้ฝากเงินไว้เลย เป็นธนาคารที่สามารถเบิกได้ตลอด 24 ชั่วโมง  สอนให้รู้จักการยอมแพ้ ไม่ใช่เรื่องของการเสียเกียรติ  สอนให้รู้จักการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและคุ้มครอง สอนไม่ให้ลูกเกี่ยวข้องกับอบายมุขการพนันการติดยาเสพติด บุหรี่ เหล้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สอนให้ลูกมนุษย์เท่านั้นที่จะมีโอกาสตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=125&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>ความแตกต่างในความรักของแม่</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย ทองพูล บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p> </p>
<p>                เมื่อเอยถึงความรักของแม่ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ หาใครเทียบเท่าไม่  เป็นความรักที่บริสุทธิ์ หาสิ่งใดมาทดแทนไม่  แต่ตามคำนิยามของ<strong> ท่านพุทธทาส</strong>  สมมุติไปถามพระอรหันต์ว่าแม่คืออะไร ! พระอรหันต์คงตอบว่า <strong>“แม่คือผู้สร้างมนุษย์ให้มาเป็นพระอรหันต์”</strong>  ถ้าไปถามลูกไก่ตัวเล็กๆว่าแม่คืออะไร  มันคงตอบว่า <strong>“แม่คือผู้มุงหลังคาให้ฉัน ครอบฉันไว้ตลอดเวลา”</strong> ถ้าไปถามลูกหมา ลูกหมาคงตอบว่า <strong>“แม่คือผู้คุ้มครองไม่ให้ใครมาทำร้ายรังแกฉัน มาแม่ก็เห่า ถ้ามาจับตัวฉัน แม่ก็กัด คุ้มครองฉันอย่างนี้ มาทำร้ายฉัน ฉันไม่ได้ แม่จะต่อสู้”</strong>แต่สำหรับท่านพุทธทาสภิกขุ <strong><em>“แม่คือ ผู้ที่ถ่ายทอดนิสัยให้มากยิ่งกว่าพ่อ และดูแม่นี่จะรักลูกยิ่งกว่าพ่อ”และท่านยังได้บอกว่า “ถ้าไม่มีแม่ สวนโมกข์ไม่มี&#8230;”</em></strong>  นี่คือความหมายที่ยิ่งใหญ่กับคำว่าแม่ แถบด้วยคำสั่งสอนของแม่ที่ยิ่งใหญ่ เช่น แม่ให้ทั้งชีวิต และวิญญาณ แม่สอนให้ละเอียดรอบคอบ  แม่สอนให้ประหยัด  แม่มีเงินให้ลูกเบิกได้ตลอดเวลาแม้ไม่ได้ฝากเงินไว้เลย เป็นธนาคารที่สามารถเบิกได้ตลอด 24 ชั่วโมง  สอนให้รู้จักการยอมแพ้ ไม่ใช่เรื่องของการเสียเกียรติ  สอนให้รู้จักการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและคุ้มครอง สอนไม่ให้ลูกเกี่ยวข้องกับอบายมุขการพนันการติดยาเสพติด บุหรี่ เหล้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สอนให้ลูกมนุษย์เท่านั้นที่จะมีโอกาสตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ อย่าทำให้พ่อแม่น้ำตาตก สิ่งเหล่านี้คือคำสอนของแม่ที่มีให้ลูกทุกคน</p>
<p>                จากการทำงานของผู้เขียนในกลุ่มแม่และเด็กอ่อนของลูกกรรมกรก่อสร้าง ในศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์ ได้เห็นความรักของแม่ต่อลูกถึงแม่เหล่านี้ถือว่าเป็นกลุ่มที่ด้อยโอกาสทางสังคม ที่ขาดแคลนเงินในการที่จำนำมาเลี้ยงลูกด้วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี   ยิ่งในเดือนกรกฎาคมนี้ เป็นเดือนที่งานก่อสร้างในแห่งนี้เสร็จสิ้น  บางวันไม่มีงานเข้ามาเลยคนงานทุกหยุดงาน  นั้นหมายถึงค่าแม่ของครอบครัวจะไม่มีรายได้เข้ามาเลี้ยงคนในครอบครัว  สิ่งที่ตกหนักที่สุดคือ เด็กเล็กจะขาดนม  พ่อแม่ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน เด็กหลายคนร้องไห้งอแงหิวนม   ครูที่ศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์ คือไพโรจน์ ที่อยู่ประจำ มีนมผงหรือนมกล่องที่ได้รับบริจาคมาก  ครูก็แจกนมให้เด็กได้กินประทังไปก่อนหลายครอบครัว  จนกว่าพ่อเด็กจะหางานทำได้ ซึ่งได้แก่ครอบครัวน้องกิ่ง  ครอบครัวน้องมายด์น้องมิ้นท์ ซึ่งเป็นคู่ฝาแฝดซึ่งน่ารักมากและกินเก่งด้วยกันทั้งคู่กินนมแม่ด้วยแต่เสริมด้วยนมผง  ครอบครัวน้องบัวลอย ครอบครัวน้องไลออนส์ ครอบครัวน้องภู และครอบครัวน้องแสง  ซึ่งแม่ของน้องๆทุกคนพยามทุกวิถีทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัวแล้วนำเงินมาซื้อนมให้ลูกได้กิน  หรือบางครั้งก็มีการแบ่งปันนมที่ศูนย์เด็กก่อสร้าง และพามากินอาหารกลางวันและอาหารว่างที่ศูนย์เด็ก</p>
<p>                โครงการศูนย์เด็กก่อสร้างฯ เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่กลุ่มแม่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างเหล่านี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการเลี้ยงดูลูก  และได้รับอาหารและนมที่ทีคุณค่าต่อลูก  เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้มีคุณภาพ และเติบโตอย่างสมบูรณ์  ตลอดจนการได้เห็นความสนใจเอาใจใส่ต่อลูกถึงแม้รายได้จะไม่มี  แต่พยายามทุกอย่างที่จะให้ลูกน้อยได้สิ่งที่มีประโยชน์ต่อลูกที่สุดเท่าที่แม่คนนี้จะทำให้ลูกได้</p>
<p align="center"> </p>
<p>                อีกความรักหนึ่ง คือความรักของแม่เช่นเดียวกัน เป็นความรักที่แตกต่างจากที่กล่าวมาข้างต้น  แม่เร่ร่อนหลายครอบครัวที่ผู้เขียนได้ลงสัมภาษณ์และพูดคุย ซึ่งต้องการให้ลูกพวกเขาเหล่านั้นได้เรียนหนังสือ ซึ่งเด็กได้ถึงเวลาที่เข้าเรียนในชั้นอนุบาลแล้ว  ได้คุยกับแม่ที่นำลูกออกมาขอทานด้วยกันหลายครอบครัว  ซึ่งครอบครัวเหล่านี้เป็นครอบครัวเร่ร่อนที่เป็นชาวต่างชาติ ได้แก่ชาวเขมร ขาวลาว ชาวพม่า  เช่น</p>
<p><strong>ครอบครัวแรก</strong> ซึ่งผู้เขียนเห็นเด็กน้อยแม่พามาขอทานแถวหลักสี่ตั้งแต่ยังแบเบาะเลย  ในปัจจุบันเด็กน้อยโตอายุกว่า 3 ปี แล้ว ผู้เขียนตามแม่ของเด็กตลอดเพราะต้องการให้ลูกเรียนหนังสือ คำแม่ที่อ้างตลอดกับเราคือ พวกเขาถูกจับบ่อยมาก  แล้วย้ายที่อยู่บ่อยไม่เป็นหลักแหล่ง  เด็กไม่อยากห่างแม่</p>
<p><strong>ครอบครัวที่สอง</strong>  ตั้งแต่มีลูกคนแรกที่ผู้เขียนพยายามให้เด็กได้เรียนหนังสือ จนปัจจุบันแม่มีลูก จำนวน 4 คน  ลูกคนเล็กเพิ่งเกิดได้ประมาณ 4 เดือน แม่ก็นำลูกมาขอทานด้วยที่สะพานลอย ส่วนลูกคนโต คนที่สอง คนที่สาม  ให้แบ่งหน้าที่กันขอทาน ตามตลาดนัดที่ต่างๆ พี่สาวคนโตเป็นคนคอยดูแลน้องๆ</p>
<p>สิ่งเหล่านี้เป็นความรักของแม่เหมือนกัน เพราะแม่จะบอกกับลูกว่าช่วยกันขอทาน ถึงจะได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว และมีอาหารการกินที่จะเลี้ยงในครอบครัวของเด็ก แต่ถ้าถามถึงการใช้แรงงานเด็กนำเด็กมาค้ามนุษย์ ซึ่งผิดกฎหมายไทย  ผู้เขียนเคยแม่ของเด็กเหล่านี้ซึ่งบางคนพูดภาษาไทยได้บ้าง บางคนพูดไม่ได้เลย แม่เหล่านี้จะมองหน้าแบบสงสัยทำไมต้องมายุ่งกับฉันด้วย  แต่แม่บางคนก็จะบอกว่า ฉันอยากให้ลูกได้เรียนหนังสือ แต่ฉันไม่มีทางเลือกหรอกเพราะฉันหนีเขาเข้าเมืองมา ผิดกฎหมายเมืองไทย  ฉันต้องคอยหลบหนีตลอด  ถ้าตำรวจจับก็หมายความว่าเงินที่หามาได้ก็หมดเหมือนกัน บางครั้งค่าเช่าบ้านก็ไม่พอเหมือนกันในช่วง 2-3 เดือน  คนให้เงินขอทานน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก  บางวันได้อาหารมากกว่าเงิน เพราะคนไทยปัจจุบันแบ่งปันอาหารให้มากกว่า แทนการให้เงิน</p>
<p>คำถามที่พูดเขียนพยามถามตลอดว่าไม่คิดที่จะกลับบ้านที่เขมรหรือ  แม่หลายคนบอกกับฉันว่ากลับไปทำอะไร  ไม่มีงานให้ทำหรอก  บ้านก็ไม่มีแล้ว </p>
<p>แล้วจะทำอย่างไรกับลูกที่ไม่มีเอกสาร แต่เกิดมาบนแผ่นดินไทยทุกวัน  แม่เหล่านี้ก็พูดเพียงว่าให้แค่มีกินก็พอแล้ว  ไม่คิดหรอกเรื่องอนาคต  คิดว่าอย่าให้ถูกจับเท่านั้นพอ</p>
<p>เป็นความรักของแม่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  ทุกคนรักลูกของตนเองและอยากที่จะดูแลอย่างเต็มที่ และปกป้องลูกของตนเองตามสิทธิที่พวกเขาเหล่านั้น  ไม่ว่าจะเป็นแม่ของลูกกรรมกรก่อสร้าง หรือแม่ที่นำลูกมาขอทาน  ต่างก็รักลูกต้องการให้ลูกมีอาหารการกินที่ดี ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกสามารถดำเนินชีวิตไว้ตามวิถีชีวิตของพวกเขาจะทำให้ลูกได้  หน่วยงานทั้งภาครับและองค์กรพัฒนาเอกชน ต้องหาแนวทางให้บุคคลเหล่านี้ได้เลี้ยงลูกและอยู่ในความรักของแม่ที่มิอาจหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป  อยากได้ต้องช่วยกันดูแลให้คนเหล่านี้ได้มีครอบครัวที่ดีอยู่ในสังคมได้ และได้เลี้ยงดูตามความปรารถนาของเขา</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/125/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/125/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/125/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/125/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/125/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/125/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/125/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/125/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/125/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/125/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/125/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/125/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/125/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/125/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=125&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การติดมือถือของเด็กวัยรุ่น</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2009 10:25:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=123</guid>
		<description><![CDATA[การติดมือถือของเด็กวัยรุ่น โดย ทองพูล(ครูจิ๋ว)   บัวศรี  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นห่วงลูกอย่างมาก คือการใช้มือถือและการใช้อินเตอร์ของลูก  แต่สิ่งทีปรากฏอย่างชัดเจน จากหลายหน่วยงานที่มีการสำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน พ่อ แม่ ผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่นในช่วงอายุ ตั้งแต่ 11 ปี ขึ้นไป คนรอบข้างของเด็กและเยาวชนกังวลและเป็นห่วง เป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมลูกฉัน หลานฉัน อยากได้มือถือ ไม่ให้ก็ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือบางคนก็ไม่ยอมเรียนหนังสือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็ต้องจำนนยอมซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด หรือของขวัญในการสอบได้คะแนนดี                 มีเด็กบางคนที่ทำงานพิเศษ เพื่อหารายได้มาซื้อมือถือเอง ราคามือถือเด็กวัยรุ่นใช้ราคาสูงกว่า 6,000 บาทขึ้นไป คำถามหลายคนถามต่อเสมอว่า เด็กเหล่านี้เอาเงินที่ไหนมาซื้อมือถือราคาแพง  เปลี่ยนมือถือใหม่อยู่เสมอ ทันสมัยตลอดเวลา  เด็กหลายคนบอกกับผู้เขียนมาอ้อนพ่อ แม่ หรือบางครั้งก็ยื่นเงื่อนไขกับครอบครัว  ทางครอบครัวเป็นบุคคลที่จัดหาให้                  การใช้มือถือของเด็กวัยรุ่น  มีผู้ปกครองเด็กคนหนึ่ง ซึ่งเด็กกำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ว่าลูกของตนเองติดการพูดโทรศัพท์กับเพื่อนที่เพิ่งแยกกันจากโรงเรียน  บางคืนพูดตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง 4 ทุ่ม  [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=123&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>การติดมือถือของเด็กวัยรุ่น</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย ทองพูล(ครูจิ๋ว)   บัวศรี  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<p>                สิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นห่วงลูกอย่างมาก คือการใช้มือถือและการใช้อินเตอร์ของลูก  แต่สิ่งทีปรากฏอย่างชัดเจน จากหลายหน่วยงานที่มีการสำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน พ่อ แม่ ผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่นในช่วงอายุ ตั้งแต่ 11 ปี ขึ้นไป คนรอบข้างของเด็กและเยาวชนกังวลและเป็นห่วง เป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมลูกฉัน หลานฉัน อยากได้มือถือ ไม่ให้ก็ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือบางคนก็ไม่ยอมเรียนหนังสือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็ต้องจำนนยอมซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด หรือของขวัญในการสอบได้คะแนนดี</p>
<p>                มีเด็กบางคนที่ทำงานพิเศษ เพื่อหารายได้มาซื้อมือถือเอง ราคามือถือเด็กวัยรุ่นใช้ราคาสูงกว่า 6,000 บาทขึ้นไป คำถามหลายคนถามต่อเสมอว่า เด็กเหล่านี้เอาเงินที่ไหนมาซื้อมือถือราคาแพง  เปลี่ยนมือถือใหม่อยู่เสมอ ทันสมัยตลอดเวลา  เด็กหลายคนบอกกับผู้เขียนมาอ้อนพ่อ แม่ หรือบางครั้งก็ยื่นเงื่อนไขกับครอบครัว  ทางครอบครัวเป็นบุคคลที่จัดหาให้ </p>
<p>                การใช้มือถือของเด็กวัยรุ่น  มีผู้ปกครองเด็กคนหนึ่ง ซึ่งเด็กกำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ว่าลูกของตนเองติดการพูดโทรศัพท์กับเพื่อนที่เพิ่งแยกกันจากโรงเรียน  บางคืนพูดตั้งแต่ 2 ทุ่ม ถึง 4 ทุ่ม  ซึ่งเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ท่าทางของผู้ปกครองเป็นทุกข์ร้อนมากกับการติดโทรศัพท์ของลูกสาว  แล้วก็มีผู้ปกครองคนหนึ่งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสได้เข้ารับการอบรมร่วมกัน  ผู้ปกครองท่านนั้นลูกสาวกำลังเรียนในระดับมหาวิทาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เรียนอยู่ ปี 3  ใช้เวลาการพูดโทรศัพท์กับเพื่อนนานมาก บางครั้งเป็น 2-3 ชั่วโมง  จนพ่อแม่เป็นกังวลกับการพูดของลูกสาวเป็นอย่างมาก  สิ่งเหล่านี้พ่อแม่ทุกครอบครัวที่กังวลกับการติดโทรศัพท์มือถือของลูก  เอาเวลาบางส่วนไปอยู่กับการเล่นอินเทอร์เน็ท  หรือเล่น SMS กับเพื่อน</p>
<p>                สิ่งที่ผู้เขียนเองก็ต้องกังวลกับการใช้โทรศัพท์ของเด็กวัยรุ่น  ตัวอย่างที่พบ คือทุกวันอาทิตย์ ผู้เขียนต้องไปเรียนภาษาอังกฤษ ที่แถวสยามทุกสัปดาห์ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม 2552  ได้เดินทางจากหลักสี่ไปเรียนภาษาอังกฤษ ในวันนั้น ได้เห็นหนุ่ม น้อย 1 คน อายุประมาณ 15 ปี  ยืนคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสาว นาน กว่า 15 นาที ที่รถ ปอ.29 จะมา แล้วรถขับจากหลักสี่ ถึงหมอชิต ใช้เวลาในการวิ่งประมาณ 30 นาที ที่รถไม่ติด และจอดเป็นบางป้ายรถเมล์  ผู้เขียนยังได้ยินหนุ่มน้อยที่พูดโทรศัพท์ยังไม่เลิกพูด   ซึ่งในขณะที่ขึ้นรถลงรถ  ได้มีป้ายเขียนข้างประตูว่าห้ามพูดโทรศัพท์  แต่ก็มิได้แลตามองเลยกับกฎระเบียบที่มีอยู่  พอถึงหมอชิต ก็ลงที่ป้ายพร้อมกัน แล้วไปต่อด้วยรถไฟฟ้า BTS ที่เดินทางไปสยาม  หนุ่มน้อยก็ยังพูดโทรศัพท์  พอแบบคราวๆใช้เวลาพูดโทรศัพท์นานถึง 57 นาที ที่หนุ่มน้อยคนนี้พูดกับเพื่อนสาวที่ยาวนานมาก  จนถึงสยามแล้วต่างคนต่างเดินไปตามสถานที่เรียนของตนเอง</p>
<p>                ผู้เขียนเองก็ใช้โทรศัพท์จำนวนมากในแต่ละวัน  ส่วนมากพยายามที่ใช้ไว้รับเวลาที่ต้องมีการติดต่อเรื่องงาน  แต่การพูดอย่างยาวนานแบบนี้   ปัจจุบันไม่ค่อยพูดกันเพราะรู้สึกปวดหู  และแพทย์หลายท่านได้ให้คำแนะนำว่าการฟังเอ็มพี 3 ไอพอต หรือการฟังโทรศัพท์  ตลอดการใช้หูฟังของเครื่องโทรศัพท์มือถือทั้งระบบธรรมดาและบลูทูธ นานๆ จะทำให้หูเสื่อม  ส่งผลต่อการได้ยินของเด็กและเยาวชนที่ใช้โทรศัพท์ ในการพูดคุยกัน  สิ่งเหล่านี้หลายหน่วยงานที่ต้องหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน  เพื่อให้เด็กและเยาวชนของสังคมไทยได้มีสุขภาพหูที่ดี  สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>                1.พยายามจำกัดการพูดคุยโทรศัพท์ ในการพูดคุยกับเพื่อน</p>
<p>                2.พยายามหาการสื่อสารที่ได้พูดคุย เห็นหน้าในการสื่อสารกัน  หรือการสื่อสารที่โรงเรียนหรือที่บ้านจะดีกว่า  เพราะได้สื่อสาน 2 ทาง</p>
<p>                3.พยายามหากิจกรรมสร้างสรรค์ทำหลายอย่างๆดีกว่าการนั่งหรือเดินโทรศัพท์</p>
<p>                4.พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรมีการจำกัดค่าโทรศัพท์ของลูกหลาน  ให้ใช้อย่างพอเหมาะสม ไม่อย่างนั้นจะส่งเสริมให้ฟุ่มเฟื่อย พร้อมทั้งการทำร้ายระบบการได้ยินของเด็กด้วย</p>
<p>                สิ่งเหล่านี้ทุกคนคงได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไข  พร้อมทั้งโรงเรียน คุณครู ครอบครัว  และได้รับทราบมาหลายโรงเรียนที่มีคำสั่งห้าวให้เด็กเอามือถือมาใช้ที่โรงเรียน  ตลอดจนโรงเรียนในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา  ก็มีระเบียบนี้เช่นเดียวกัน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/123/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/123/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/123/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=123&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>แม่ลูกกรรมกรก่อสร้างกับโครงการแบ่งฝัน..ปันให้น้อง</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Jul 2009 10:24:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=121</guid>
		<description><![CDATA[แม่ลูกกรรมกรก่อสร้างกับโครงการแบ่งฝัน..ปันให้น้อง โดย ทองพูล บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก   ด้วยทาง สวนสนุกดรีมเวิลด์ได้จัดโครงการพิเศษเพื่อการกุศล ขึ้น ภายใต้ชื่อ โครงการ “แบ่งฝัน&#8230;ปันให้น้องปีที่ 6” ระหว่างวันที่ 1-30 มิถุนายน 2552 โดยโครงการดังกล่าว ทางสวนสนุกดรีมเวิลด์ได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆที่มีฐานะยากจน และด้อยโอกาสทางสังคมที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์-มูลนิธิ  โรงเรียนที่ขาดแคลนงบประมาณในต่างจังหวัด และ/หรือ หน่วยงานราชการต่างๆทั่วประเทศ ได้เข้าเที่ยวชมพร้อมสนุกสนานกับเครื่องเล่นมากมายภายในสวนสนุกดรีมเวิลด์ “โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตร” โดยทางโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์ ศรีนครินทร์ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2552  ทางโครงการได้เน้นแม่ลูกเข้าร่วมโครงการด้วยกัน  คือครอบครัวน้องนิว น้องโม น้องกิ่ง และแม่ 4 ชีวิตด้วยกัน  ครอบครัวน้องคียและแม่  ครอบครัวน้องอรและแม่  ครอบครัวน้องมดและแม่ และยังมีเด็กเยาวชนที่เรียน กศน. คือน้องเจน น้องจอย และน้องนก  พร้อมทั้งครูจำนวน 2 คน  ที่ได้รับบัตรให้ได้เล่นเครื่องเล่นฟรี 6 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=121&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>แม่ลูกกรรมกรก่อสร้างกับโครงการแบ่งฝัน..ปันให้น้อง</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย ทองพูล บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p> </p>
<p>ด้วยทาง สวนสนุกดรีมเวิลด์ได้จัดโครงการพิเศษเพื่อการกุศล ขึ้น ภายใต้ชื่อ โครงการ <strong>“แบ่งฝัน&#8230;ปันให้น้องปีที่ 6” ร</strong>ะหว่างวันที่ 1-30 มิถุนายน 2552 โดยโครงการดังกล่าว ทางสวนสนุกดรีมเวิลด์ได้จัดมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆที่มีฐานะยากจน และด้อยโอกาสทางสังคมที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์-มูลนิธิ  โรงเรียนที่ขาดแคลนงบประมาณในต่างจังหวัด และ/หรือ หน่วยงานราชการต่างๆทั่วประเทศ ได้เข้าเที่ยวชมพร้อมสนุกสนานกับเครื่องเล่นมากมายภายในสวนสนุกดรีมเวิลด์ <strong><em>“โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตร”</em></strong><strong><em></em></strong></p>
<p>โดยทางโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์ ศรีนครินทร์ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2552  ทางโครงการได้เน้นแม่ลูกเข้าร่วมโครงการด้วยกัน  คือครอบครัวน้องนิว น้องโม น้องกิ่ง และแม่ 4 ชีวิตด้วยกัน  ครอบครัวน้องคียและแม่  ครอบครัวน้องอรและแม่  ครอบครัวน้องมดและแม่ และยังมีเด็กเยาวชนที่เรียน กศน. คือน้องเจน น้องจอย และน้องนก  พร้อมทั้งครูจำนวน 2 คน  ที่ได้รับบัตรให้ได้เล่นเครื่องเล่นฟรี 6 ชนิด  บัตรเข้าเมืองหิมะ</p>
<p>โดยเริ่มตั้งแต่การชมฟาร์มออสเตรีย เด็กและแม่ต่างตื่นเต้นการปลูกผักสวนครัวโดยเฉพาะผักทองใหญ่ที่ใบใหญ่มาก พร้อมทั้งหลายครอบครัวของคุณครูถ่ายรูปให้หน่อย  แล้วแวะชมดอกไม้ที่สวยงาม โดยเป็นซุ้มโรแมนติกยุโรป ซึ่งมีดอกไม้หลากหลายสี และพันธุ์ที่สวยงาม   เดินเลยไปดูทะเลทรายเม็กซิโก เด็กและแม่ทุกคนตื่นตากับต้นกระป๋อกเพชรยักษ์ใหญ่มาก  เจ้าน้องมดทำท่าทางเชิญชวน เชิญเพื่อนๆและแม่ทั้งหลายเข้าชม  และพวกเราทุกคนก็เดินผ่านสวนไผ่เอเชียที่ปลูกไว้และมีต้นไม้ที่ร่มรื่นมาก</p>
<p>เด็กๆเริ่มเรียกร้องคุณครูแล้วว่าเมื่อไรจะเล่นเครื่องเล่นเสียที  อยากเล่นแล้วน่ะครู โดยเฉพาะเจ้าน้องมด ที่เสียงดังฟังชัดพร้อมทั้งมีกำลังวิ่งที่มากมาย</p>
<p><strong>เครื่องเล่นจุดที่ 1</strong> คือให้เด็กได้ขับรถแข่งแรลลี่  เด็กทุกคนยกเว้นน้องกิ่งที่เล็กมาก เด็กขับรถขนาดเล็กที่สนุกมาก โบกมือให้แม่ที่คอยนั่งให้กำลังใจอยู่</p>
<p><strong>จุดที่ 2</strong>  สถานีรถไฟดรีมเวิลด์  ซึ่งทั้งแม่และลูกนั่งรถไฟไปรอบๆสวนสนุกดรีมเวิลด์  ซึ่งได้เห็นสวนสนุกขนดใหญ่ พร้อมทั้งจุดเครื่องเล่นต่างๆจำนวนมาก  เด็กและแม่ต่างชี้ชวนกันชม</p>
<p><strong>จุดที่ 3</strong>  นั่งกระเช้าดรีมเวิลด์  โดยแม่และลูกได้นั่งกระเช้าที่สูงพอสมควร  โดยได้เห็นภาพแนวรูปของสวนสนุก  เด็กและเยาวชนต่างชี้ชวนกันว่าจะเล่นเครื่องเล่นอะไรกันบ้าง เป็นสิ่งที่เด็กๆต่างหมายตากันไว้</p>
<p>จุดนี้เองที่อยากให้แม่ได้เล่นบ้างโดยมีลูกคอยให้กำลังใจ สปีช โบ๊ท ซึ่งแม่แต่ละคนก็สนุกสนานมาก ซึ่งมีลูกได้ตระโกนบอกว่าแม่หนูเก่งดูแม่นี้ซิ เก่งมาก มาก เลยน่ะ  บางคนก็ตระโกนว่าแม่หนูเก่งที่หนึ่งเลยดูแม่นี้ซิ  ฝ่ายแม่ก็โบกมือให้ลูก  <strong><em>น้อยคีย์ตระโกนบอกแม่ว่า “แม่ผมสุดยอดเลย”  “แม่ผมสุดยอดเลย”</em></strong></p>
<p>หลังจากนั้นพวกเราทุกคนก็เดินผ่านเมืองนิยาย  ตั้งแต่ เรื่องดาบวิเศษ  มีสาระสั้นที่อ่านให้เด็กฟัง เนื้อหามีอยู่ว่า ดาบเหล็กแข็งแกร่งมัดแน่นในศิลา เล่าขานกันว่า มีคำทำนาย เป็นดาบวิเศษ ฤทธิ์เดชมากมาย ใครดึงขึ้นได้จะเป็นราชา&#8230;.น้องนิวพยายามดึงดาบขึ้นหลายครั้งหลายหน</p>
<p>แล้วเดินผ่าน บ่อเจ้าชายกบ   โดยทีเนื้อหา เจ้าหญิงแสนซน ทำลูกบอลหล่น  ลงในบ่อน้ำ จนพบเจ้าชายกบ อ๊บ อ๊บ รูปงาม  ดำลงไปตาม ลูกบอลมาคืน</p>
<p>เรื่อง กระท่อมคนแคระทั้ง 7  ซึ่งเรื่องนี้เด็กชอบฟังมากเพราะครูที่ศูนย์เด็กก่อสร้างจะเล่าให้ฟังบ่อย  ทั้งแม่และเด็กต่างรุมดูบ้านหลังเล็ก  โดยเนื้อหาได้เล่าว่า เจ้าหญิงสโนไวท์ หนีภัยจากวัง อยู่โดยลำพังหลงกลางป่าใหญ่ พบกระท่อมคนแคระ หลังเล็กถูกใจ จึงเข้าหลบภัย จากแม่เลี้ยงเธอ</p>
<p>แล้วพวกเราทุกคนก็ต้องตกใจ ทีกะลาสีเรือกล่าว “สวัสดีครับ” “สวัสดีครับ” “สวัสดีครับ” “สวัสดีครับ” อยู่ด้านบนเรือ  แล้วเปิดหน้าต่างตระโกนออกมาเรียก </p>
<p>เมื่อถึงเวลากลางวันเที่ยงวันพอดี  แม่และเด็กต่างละครอบครัวก็เอาอาหารของตนเองที่เตรียมมารับประทานกันตามต้นไม้ต่างๆ  ซึ่งเป็นภาพที่แม่แต่ละคนก็คอยป้อนอาหารให้ลูก ดูลูกกินอย่างมีความสุข แม่บางคนป้อนจนลูกอิ่มแล้ว ถึงได้กิน  ครั้งนี้ได้เห็นความรัก ความอบอุ่น ของแม่และลูก และแม่ก็ให้ลูกทุกอย่าง สิ่งที่พอจะหาให้ได้</p>
<p>แล้วแต่ละคนก็เริ่มดูโชว์ความสามารถของแพะ ลิง หมาน้อย  ซึ่งเด็กทุกคนอยากลงไปสัมผัสกับสัตว์ในสนามที่โชว์  จนครูทุกคนต้องบอกว่าพวกเรายังไม่ได้เล่นเครื่องเล่นอีกหลายรายการด้วยกัน</p>
<p><strong>จุดที่ 4 คือบ้านผีสิง</strong> เด็กจำนวนหนึ่งเดินเข้าไปพร้อมกับแม่และครู  แต่เด็กบางคนก็ไม่ยอมเข้าโดยให้เหตุผลว่ากลัว&#8230;</p>
<p><strong>จุดที่ 5 ปลาบิน</strong>  เด็กทุกคนได้นั่งปลาบิน  ต่างก็ส่งเสียงดัง และบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าหนูอยากนั่งอีก เจ้าหน้าที่ใจดีแถบให้อีก 1 รอบ ที่นานว่ารอบอื่นๆ</p>
<p>ส่วนแม่กับเยาวชน  ได้ให้ไปเล่นที่อยากเล่นตามบัตร กลุ่มคุณครูขอเฝ้าเด็กให้ เพราะมีเครื่องเล่นที่เด็กแล้วติดใจมาก คือ <strong>จุดที่ 6  เครซี่บัส และก็เรืออินเดียน</strong> ซึ่งเด็กเล่นอย่างสนุกสนานและเล่นกันหลายครั้งมาก  เจ้าหน้าที่ดูแลใจดีให้กับเด็กมา</p>
<p>                ที่สุดท้ายของพวกเรา คือการเข้าเมืองหิมะ  เด็กและแม่ต่างทุกคนเตรียมตัวอยากหลบร้อนเข้าไปที่เย็นๆ เพราะข้างนอกร้อนมากๆ เมื่อเข้าประตูเมืองหิมะ ต่างฝากรองเท้าไว้  และทางเจ้าหน้าที่ได้นำรองเท้าบู๊ท และเสื้อกันหนาวมาให้แม่และเด็ก  พวกเราต่างเดินเข้าเมืองหิมะ พอได้กลิ่นไอความเย็นทุกครอบครัวอยากได้รูปกับหิมะ  เด็กบางคนก็ไปวิ่งเล่น บางคนก็เล่นไม่ลื่น ดูสนุกสนานมาก  แต่ผู้เขียนเองมีความรู้สึกว่าร่างกายของตนเองไม่สามารถทนกับความหนาวมากอย่างนี้ได้ จึงรีบออกมาก่อน</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p align="center"> </p>
<p align="center"> </p>
<p>เป็นความสุขอีกครั้งหนึ่งของแม่ลูกกรรมกรก่อสร้างทุกครอบครัว  ซึ่งทุกคนถามครูจิ๋ว ว่าค่าบัตรถ้าต้องซื้อเองราคาเท่าไร  และทุกคนก็บอกว่า ถ้าไม่ได้มากับครูจิ๋ว  พวกหนูคงไม่มีโอกาสที่จะพาลูกได้มาเล่นเครื่องเล่นเหล่านี้หรอกน่ะ  เป็นเสียงสะท้อนจากแม่ทุกคนที่มาร่วมในกิจกรรมวันนี้  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของโครงการนี้ ครูจิ๋วและครูไพโรจน์  ได้เห็นความรักของแม่ที่มีต่อลูกเป็นอย่างมาก ได้เห็นแม่ทุกคนได้เอาใจใส่ลูกเป็นอย่างดี  ตลอดจนการได้มีความใกล้ชิดในการทำงาน  และได้แลกเปลี่ยนการดูแลลูกกับแม่ของทุกครอบครัว</p>
<p>ทางโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์ ศรีนครินทร์  ต้องขอขอบคุณโอกาสดีที่ให้กับเด็กด้อยโอกาส  ได้มีโอกาสให้เด็กมีความสุข สนุกสนาน เสริมพัฒนาการในการพัฒนาให้พวกเขาเติบโตอย่างมีคุณภาพ  และได้เรียนรู้จากการเล่นของเล่น พร้อมทั้งให้โอกาสที่ดีกับทุกคนในสังคมต่อไป</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/121/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/121/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/121/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/121/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/121/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/121/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/121/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/121/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/121/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/121/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/121/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/121/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/121/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/121/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=121&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/07/09/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>โครงการ”เวที..วัยใส&#8230;หัวใสสีขาว” สัญจรโรงเรียนปทุมวิไล</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/06/16/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%aa-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/06/16/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%aa-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 06:18:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=119</guid>
		<description><![CDATA[โครงการ”เวที..วัยใส&#8230;หัวใสสีขาว” สัญจรโรงเรียนปทุมวิไล โดย ทองพูล  บัวศรี    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากร เรื่อง “สิทธิเด็กกับการป้องกันยาเสพติด”  ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเพื่อการศึกษา(สวศ.) AM 837 เมกะเฮริต์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2552  เพื่อให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด  โดย สวศ. ได้จัดเวทีที่โงเรียนปทุมวิไล  อ.เมือง จังหวัดปทุมธานี                 โรงเรียนปทุมวิไล เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 3,800 คน มีชมรมที่ให้เด็กเลือกทำกิจกรรม จำนวน 104 ชมรม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงศักยภาพของตนเอง และการเปิดเวทีพื้นที่สร้างสรรค์ในโรงเรียน  เป็นโรงเรียนชนะเลิศระดับประเทศ จากโครงการ TO BE NUMBER ONE   ซึ่งประธานโครงการเรียกชื่อเล่นว่า “น้องสุ” กำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นประธานที่เก่งมากในการจัดกิจกรรมการ แสดงออก  การจัดการบริหาร รวมทั้งการประสานกับสมาชิกในชมรมต่าง                 โรงเรียนแห่งนี้มีการนำกิจกรรมชมรม ที่มีจำนวนถึง 104 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=119&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>โครงการ”เวที..วัยใส&#8230;หัวใสสีขาว” สัญจรโรงเรียนปทุมวิไล</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย ทองพูล  บัวศรี    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<p><strong>                </strong>ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเป็นวิทยากร <strong>เรื่อง “สิทธิเด็กกับการป้องกันยาเสพติด”</strong>  ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยเพื่อการศึกษา(สวศ.) AM 837 เมกะเฮริต์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2552  เพื่อให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด  โดย สวศ. ได้จัดเวทีที่โงเรียนปทุมวิไล  อ.เมือง จังหวัดปทุมธานี</p>
<p>                โรงเรียนปทุมวิไล เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่มีเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 3,800 คน มีชมรมที่ให้เด็กเลือกทำกิจกรรม จำนวน 104 ชมรม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงศักยภาพของตนเอง และการเปิดเวทีพื้นที่สร้างสรรค์ในโรงเรียน  เป็นโรงเรียนชนะเลิศระดับประเทศ จากโครงการ TO BE NUMBER ONE   ซึ่งประธานโครงการเรียกชื่อเล่นว่า <strong>“น้องสุ” </strong>กำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นประธานที่เก่งมากในการจัดกิจกรรมการ แสดงออก  การจัดการบริหาร รวมทั้งการประสานกับสมาชิกในชมรมต่าง</p>
<p>                โรงเรียนแห่งนี้มีการนำกิจกรรมชมรม ที่มีจำนวนถึง 104 ชมรม โดยผ่านกระบวนการทำงานกับเด็กนักเรียนโดยเน้นไปที่กิจกรรมของชมรม  พร้อมกับการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ และเวทีให้เด็กนักเรียนได้แสดงออกถึงศักยภาพของเด็กนักเรียนทุกคน  โดยเฉพาะการเปิดลานกิจกรรมสร้างสรรค์คนดี ทุกวันในช่วงพักกลางวัน</p>
<p>                การเปิดพื้นที่ของโรงเรียนมีหลายกิจกรรมด้วยกัน เช่น มีลานเศรษฐกิจพอเพียง  ลานร้องเพลง โดยทุกวันศุกร์ ตั้งแต่ เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป  เด็กนักเรียนจะมีการขายสินค้าที่เด็กทำกันขึ้นมาเอง  เช่น เด็กที่อยู่ในชมรมอาหารไทย  ก็จะทำอาหารไทยมาขาย   และในวันที่ทีมวิทยากรเข้าไปจัดกิจกรรมที่โรงเรียนได้รับประทานอาหารฝีมือจากน้องชมรมอาหารไทย และต้องให้คะแนนกับอาหารแต่ละชนิดด้วย ซึ่งมีอาหารหลายอย่างด้วยกัน คือ แกงคั่วหอยขม แกงมัสมั่นเนื้อ ต้มไก่บ้าน แกงเลียง  ส้มตำไข่เค็ม เป็นต้น  พร้อมทั้งการเปิดถนนคนเดินขึ้นภายในโรงเรียน  เป็นการเปิดเวที และการจำลองการฝึกขายของ และการบริหารจัดการ และกิจกรรมในชมรมต่างๆต้องจัดมาร่วม</p>
<p>                สำหรับกิจกรรมเมื่อ วันที่ 29 พฤษภาคม 2552 ที่ทางวิทยุแห่งประเทศไทย(เพื่อการศึกษา)ไปจัดนั้น บรรยากาศอบอุ่นไปด้วยกิจกรรมต่างๆที่แต่ละชมรมจัดมาร่วมตั้งแต่การแสดงดนตรี  การเล่นละครพิษภัยของยาเสพติด(บุหรี่) การแสดงลีลาประกอบเพลง  การเต้นบีบอย เป็นต้น  พร้อมกับการตอบปัญหายาเสพติด แต่สิ่งที่ประทับใจมากคือ พิธีกรได้ถามน้องๆว่ายังมีแนวทางในการปฏิเสธอย่างไร ที่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด  คำตอบส่วนใหญ่ คือ ไม่ลองไม่ยุ่ง,อยากดีกว่า,ไม่ดีหรอก  แต่มีประโยคที่เด็ดมาก  คือ <strong><em><span style="text-decoration:underline;">“ไม่ลองเพราะแม่ผมไม่ได้สอนให้เป็นคนชั่วอย่างนี้ ”</span></em></strong><strong><em><span style="text-decoration:underline;">!!!!!!!!</span></em></strong></p>
<p>               </p>
<p>                ในช่วงตั้งแต่ เวลา 10.00 น. ได้มีเวทีที่ผู้ใหญ่ใจดีกับ ผู้อำนวยโรงเรียนและทีมงานของโครงการ TO BE NUMBER ONE มาร่วมเป็นวิทยากรให้แง่มุมต่างๆที่ให้น้องได้เรียนรู้ ร่วมกันปฏิบัติ “ลูกปทุมวิไล”  ที่พี่ๆต้องดูแลน้องพร้อมทั้งการถ่ายทอดความรู้ต่างๆ</p>
<p>                วันนั้นผู้เขียนกลับมาทำงานที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็กด้วยหัวใจที่ชื่นบาน  ได้เห็นตัวอย่างที่ดีของผู้บริหารโรงเรียน คณะครูที่เอาใจใส่ต่อเด็กทุกคนของเขาเปรียบเสมือนลูกหลานของครูทุกคน  เด็กนักเรียนทุกคนมีมารยาทที่ดี  พร้อมกับเรียนอย่างมีความสุข และได้ทำกิจกรรมที่เสริมพัฒนาการของเด็ก ได้มีเวทีแสดงออกโดยคณะครูคอยเป็นที่ปรึกษา  แสวงหาโอกาสให้เด็กได้แสดงความสามารถในเวทีต่างๆ  สนับสนุนให้เด็กได้ทำให้สิ่งที่อยากทำพัฒนาตนเองได้  โดยไม่เป็นผู้สร้างภาระต่อสังคม  แต่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่จะงอกงามในที่ต่างๆของแผ่นดินไทย  โดยการไม่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด   ขอเป็นกำลังใจกับทุกคน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/119/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/119/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/119/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/119/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/119/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/119/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/119/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/119/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/119/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/119/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/119/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/119/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/119/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/119/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=119&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/06/16/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e2%80%9d%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%aa-%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เด็กหญิงรักษ์ยิ้ม&#8230;.กับการรอคอยเอกสารทางทะเบียน</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/06/16/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/06/16/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 06:15:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=117</guid>
		<description><![CDATA[เด็กหญิงรักษ์ยิ้ม&#8230;.กับการรอคอยเอกสารทางทะเบียน โดย ทองพูล  บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   เมื่อปี 2548  ผู้เขียนได้มีหน้าที่ที่ต้องไปเฝ้าแม่ซึ่งป่วยที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา  แม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และเริ่มมีโรคหัวใจแทรก  อาการแม่หนักมาก ต้องไปอยู่ในไอซียูรวม ตึกศัลยกรรมหญิง  ที่ต้องได้หมอดูแลเป็นพิเศษ                 ซึ่งในหอผู้ป่วยมีจำนวนคนไข้มาก  และทุกเตียงที่อยู่ในหอนั้นส่วนมากอาการหนักพร้อมที่จะตายทุกวินาที และเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2548 นั้น  ผู้เขียนได้พบกับผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งมีอาการหนักมากพร้อมกับลูกสาวที่น่ารักมากคนหนึ่ง  อาการผู้ป่วยรายนี้คุณหมอคิดว่าน่าจะไม่เกินวันนี้ที่ต้องตาย  แล้วก็เป็นไปตามคาดเวลาของคุณหมอ  คุณแม่ของเด็กหญิงรักษ์ยิ้มได้เสียชีวิตในเวลา 15.00 น. ด้วยอาการที่สงบ  มีมือลูกสาวที่จับอยู่กับแม่จนกระทั่งตาย  แต่ด้วยอายุขอลูกสาวประมาณ 3 ขวบ ซึ่งไม่มีเอกสารใดๆเลยที่ปรากฏว่ามาจากที่ไหน  เป็นใคร  ชื่ออะไร(ได้แต่เรียกชื่อเล่น)  เสียงลูกสาวว่าแม่ของหนูไปไหน  แม่อยู่กับหนูใช่ไหม แม่จ๋าอย่าไปไหน  เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยทำให้น้ำตาผู้ที่เฝ้าคนป่วยต่างร้องไห้กันทั้งนั้น  ผู้เขียนเองมือหนึ่งจับมือเด็กน้อยไว้  แต่อีกมือหนึ่งยืนเช็คน้ำตาไปด้วย   หลังจากนั้นคุณหมอและนางพยาบาลก็เข้าไปปรึกษากันในห้องพัก   แล้วคุณหมอก็เดินมาหาผู้เขียนซึ่งคุณหมอทราบว่าทำงานอยู่ที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  เพราะเพื่อนที่เป็นหัวหน้าพยาบาลเป็นคนบอกคุณหมอ  คุณหมอปรึกษาผู้เขียนจะทำอย่างไรกับเด็ก  ซึ่งกรณีอย่างนี้ผู้เขียนเองก็งงเหมือนกัน  เพราะตามกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546  ซึ่งถือว่าเด็กน้อยคนนี้คือ เด็กที่ต้องได้รับการพิทักษ์ เลี้ยงดู [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=117&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>เด็กหญิงรักษ์ยิ้ม&#8230;.กับการรอคอยเอกสารทางทะเบียน</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย ทองพูล  บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<p>                เมื่อปี 2548  ผู้เขียนได้มีหน้าที่ที่ต้องไปเฝ้าแม่ซึ่งป่วยที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา  แม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และเริ่มมีโรคหัวใจแทรก  อาการแม่หนักมาก ต้องไปอยู่ในไอซียูรวม ตึกศัลยกรรมหญิง  ที่ต้องได้หมอดูแลเป็นพิเศษ</p>
<p>                ซึ่งในหอผู้ป่วยมีจำนวนคนไข้มาก  และทุกเตียงที่อยู่ในหอนั้นส่วนมากอาการหนักพร้อมที่จะตายทุกวินาที และเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2548 นั้น  ผู้เขียนได้พบกับผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งมีอาการหนักมากพร้อมกับลูกสาวที่น่ารักมากคนหนึ่ง  อาการผู้ป่วยรายนี้คุณหมอคิดว่าน่าจะไม่เกินวันนี้ที่ต้องตาย  แล้วก็เป็นไปตามคาดเวลาของคุณหมอ  คุณแม่ของเด็กหญิงรักษ์ยิ้มได้เสียชีวิตในเวลา 15.00 น. ด้วยอาการที่สงบ  มีมือลูกสาวที่จับอยู่กับแม่จนกระทั่งตาย  แต่ด้วยอายุขอลูกสาวประมาณ 3 ขวบ ซึ่งไม่มีเอกสารใดๆเลยที่ปรากฏว่ามาจากที่ไหน  เป็นใคร  ชื่ออะไร(ได้แต่เรียกชื่อเล่น)  เสียงลูกสาวว่าแม่ของหนูไปไหน  แม่อยู่กับหนูใช่ไหม แม่จ๋าอย่าไปไหน  เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยทำให้น้ำตาผู้ที่เฝ้าคนป่วยต่างร้องไห้กันทั้งนั้น  ผู้เขียนเองมือหนึ่งจับมือเด็กน้อยไว้  แต่อีกมือหนึ่งยืนเช็คน้ำตาไปด้วย   หลังจากนั้นคุณหมอและนางพยาบาลก็เข้าไปปรึกษากันในห้องพัก   แล้วคุณหมอก็เดินมาหาผู้เขียนซึ่งคุณหมอทราบว่าทำงานอยู่ที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  เพราะเพื่อนที่เป็นหัวหน้าพยาบาลเป็นคนบอกคุณหมอ  คุณหมอปรึกษาผู้เขียนจะทำอย่างไรกับเด็ก  ซึ่งกรณีอย่างนี้ผู้เขียนเองก็งงเหมือนกัน  เพราะตามกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546  ซึ่งถือว่าเด็กน้อยคนนี้คือ เด็กที่ต้องได้รับการพิทักษ์ เลี้ยงดู ได้รับการพัฒนาตามวัย  จะต้องส่งเข้าสถานสงเคราะห์แห่งใดแห่งหนึ่งของรัฐ</p>
<p>                ผู้เขียนจึงได้โทรประสานงานกับทนายความว่ากรณีเด็กน้อยคนนี้ไม่ทราบว่ามาจากที่ไหน เป็นใคร และชื่ออะไร  ไม่มีเอกสารใดๆทั้งสิ้น  ทางทนายความแนะนำให้โทรประสานงานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  โดยนำคนเลี้ยงซึ่งชื่อ นางสุรางค์  บุญสุขมาก  อายุ 67 ปี มาทำบันทึกการส่งตัวมาที่ <strong><em>“มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก” </em></strong>  ซึ่งในปัจจุบันนี้ คนเลี้ยงได้เสียชีวิตตั้งแต่เดือนมกราคม 2549 เด็กจึงไม่มีญาติหรือบุคคลใดเลย</p>
<p>                เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2548  เด็กหญิงรักษ์ยิ้ม&#8230;&#8230;.(ไม่มีนามสกุล) ..  ได้มาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  จนถึงบัดนี้เป็นเวลา กว่า 5 ปี  และกับการรอคอยความหวังในการมีเอกสารทางทะเบียน  ในช่วงแรกที่มาอยู่ที่มูลนิธิฯ    เด็กได้เรียนชั้นอนุบาลบ้านอุปถัมภ์เด็กเอง  ซึ่งเรียนร่วมกับเพื่อนในบริเวณใกล้ที่อยู่มูลนิธิ  เริ่มหัดอ่านหัดเขียนตามรอยได้บ้าง  ชอบการระบายสี การฟังนิทาน  ชอบที่สุดคือการเล่นของเล่น  และเล่นกับเพื่อนทุกคนในบ้าน  แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นกังวลกับครูที่ดูแล คือ การใจร้อน เป็นเด็กขี้ใจน้อย  และเวลาป่วยขึ้นมา เด็กน้อยคนนี้จะเป็นหนักมาก  ทางคุณครูคิดว่าคงไม่เคยได้รับวัคซีนอะไรเลย</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>                เมื่อปี เดือน  พฤษภาคม  2549  เด็กน้อยคนนี้ได้มีโอกาสเข้าชั้นอนุบาล  ที่โรงเรียนวัดหลักสี่  โดยมีคุณครูสมพร  สอนคำจันทร์  ซึ่งเป็นครูใหญ่ของบ้านอุปถัมภ์เด็ก มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เป็นคนพาเด็กเข้าเรียน  และได้ทำบันทึกเด็กไม่มีเอกสารเข้าเรียนในโรงเรียน ซึ่งผลการเรียนของเด็กอยู่ในเกณฑ์ดี  พร้อมทั้งการปรับตัว  พร้อมที่จะเรียนรู้ในเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต</p>
<p>                ในปัจจุบันนี้  พ.ศ. 2552 เด็กเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 2  โรงเรียนวัดหลักสี่(ทองใบทิวารีวิทยา) ซึ่งทางมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ได้พยายามที่จะหาแนวทางในการดำเนินการหาเอกสารทางทะเบียนให้  โดยได้ดำเนินการ เป็นขั้นตอน คือ</p>
<p>1.ทางโรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา) ได้มีการสำรวจจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนกลุ่มเด็กและบุคคลที่กำลังศึกษาอยู่สถานศึกษา   ซึ่งมีการสำรวจในช่วงเดือนกรกฎาคม 2551  ในขณะนั้นเด็กกำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1</p>
<p>2.ทางโรงเรียนได้ลงแบบสำรวจ แบบ 89  ไปยัง ผู้อำนวยการเขตหลักสี่(ผ่านฝ่ายศึกษาเขตหลักสี่) และได้มี ใบตอบรับการสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน   โดยให้นำใบรับการสำรวจมาในวันถ่ายรูปและทำบัตรประจำ</p>
<p>3. ในวันที่ 30 กันยาย 2551 ได้ไปถ่ายรูปและเขียนเอกสารคำขอมีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน  ซึ่งเด็กจัดให้อยู่ในกลุ่ม เด็กและบุคคลที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา หรือสถานสงเคราะห์ </p>
<p>ในขณะนี้เด็กได้ใช้นามสกุล ภูรีเลิศ  ซึ่งเป็นนามสกุลของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กได้ของตั้งนามสกุล  ในกรณีที่เด็กขอเพิ่มชื่อเป็นเด็กของมูลนิธิฯ   แต่กระบวนการที่จะได้มาซึ่งเอกสาร  คงต้องรอคอย&#8230;&#8230;.บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินการ ยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่า  จะได้เมื่อไร  จะรอคอยนานแค่ไหน !!!!!!!!!!  ซึ่งยังหาคำตอบไม่ได้ว่า ต้องรอคอย นาน.แค่ไหน&#8230;.    </p>
<p>                ในขณะนี้มีเด็กและเยาวชนที่อยู่ “ในกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนกลุ่มเด็กและบุคคลที่กำลังศึกษาอยู่สถานศึกษา” ตามยุทธศาสตร์<strong>ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล</strong><strong></strong></p>
<p>                มติคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2548   โดยมียุทธศาสตร์ดังกล่าว   ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการพิจารณากำหนดสถานะเป็น 6 กลุ่ม   ได้แก่</p>
<p>                กลุ่มที่ 1 ผู้ที่อพยพเข้าอาศัยอยู่ในประเทศมานานกลับประเทศต้นทางไม่ได้   และมีชื่ออยู่ในระบบทะเบียน   กลุ่มนี้จะมีทั้งผู้ที่มีเชื่อสายไทย   ซึ่งจะได้รับสถานะโดยการแปลงสัญชาติและลูกจะได้รับสัญชาติไทย   สำหรับผู้ไม่มีเชื้อสายไทย   อยู่มานานเกิน 10 ปี   ได้รับสถานะคนต่างด้าวเข้าเมือง   โดยชอบด้วยกฎหมายและลูกที่เกิดในประเทศไทยจะได้รับสัญชาติไทย</p>
<p>                กลุ่มที่ 2 เด็กและบุคคลที่เรียนอยู่ในสถานศึกษา   แต่ไม่มีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย   กรณีจบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจะได้รับการพิจารณาให้สัญชาติไทย   ในกรณีที่จบการศึกษาต่ำกว่าระดับอุดมศึกษา   จะเข้าสู่กระบวนการภายใต้หลักเกณฑ์ตามกลุ่มที่ 1</p>
<p>                กลุ่มที่ 3 ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่รัฐ   บุคคลกลุ่มนี้จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับสัญชาติไทยเป็นรายกรณี</p>
<p>                กลุ่มที่ 4 คนไร้รากเหง้า  เป็นบุคคลที่ขาดบุพาการี ถูกบุพการีทอดทิ้งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานอย่างน้อย 10 ปี   จะได้รับการพิจารณาให้ได้สัญชาติไทย</p>
<p>                กลุ่มที่ 5 แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (พม่า  ลาว และกัมพูชา) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผลจากการดำเนินการตามยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ  ของกระทรวงแรงงานซึ่งอาจจะมีผู้ที่ประเทศต้นทางไม่รับกลับตกค้างอยู่บางส่วน</p>
<p>                กลุ่มที่ 6 กลุ่มอื่นๆที่ไม่เข้ากับกลุ่มใดๆข้างต้น  จะได้รับการผ่อนผันตามหลักมนุษยธรรม  และนำไปสู่กระบวนการพิจารณาที่เหมาะสม</p>
<p> ซึ่งเด็กในกลุ่มนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 6-7 หมื่นคนทั่วประเทศ(ไม่แน่ชัดในเรื่องข้อมูล) ซึ่งยังรอความหวัง  และที่สำคัญเด็กและเยาวชนเหล่านี้ เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงๆ เป็นคนที่ใช้ชีวิตร่วมกับทุกคนในสังคมอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน  แต่ขาดซึ่งสิทธิแสดงตน สิทธิที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สิน  สิทธิในการรักษาพยาบาล  สิทธิในการเดินทาง สิทธิในการทำนิติกรรมเรื่องต่างๆ สิทธิในการเลือกตั้ง เป็นต้น  ซึ่งสิทธิเหล่านี้ลดทอนสิทธิที่ควรจะต้องติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิดตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก</p>
<p>แต่ในความโชคร้ายของเด็กหญิงรักษ์ยิ้ม ภูรีเลิศ  ก็ยังมีความโชคดีอยู่ที่ได้มาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  ที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา โอกาสได้เรียนรู้  โอกาสในการเลือกใช้ชีวิตของตนเองที่ไม่ต้องตกอยู่ในความหวาดกลัว   ตลอดจนโอกาสที่รอคอยกับการมีเอกสารที่แสดงสถานะ&#8230;คงต้องขอบคุณผู้ใหญ่ดีทุกคนที่ได้ยืนข้างเด็กด้อยโอกาส  ให้มีโอกาสที่ดีในสังคม</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/117/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/117/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/117/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=117&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/06/16/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน KM</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/26/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-km/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/26/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-km/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 May 2009 04:08:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=115</guid>
		<description><![CDATA[ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน “Human KM:ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการความรู้ จากปัญญามนุษย์สู่สินทรัพย์ขององค์กร โดย  ทองพูล  บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   โดยผู้เขียนได้สมัครมาอบรมโครงการอบรมKM ของสถาบันส่งเสริมารจัดการความรู้เพื่อสังคม ซึ่งในรุ่นนี้มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 14 คนที่มาจากที่ต่างๆ  ผู้ร่วมเข้าอบรมมี พี่นิ่ม,พี่อ้น,พี่ต๋อย,คุณหมอป๊อก,คุณหมอเก๋,คุณยิม,คุณอัง,คุณเอื้อย,คุณแก่น,คุณเชอรรี่,คุณโต,คุณนก,คุณม่อน และผู้เขียน  ที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการเรียนรู้ร่วมกันในเรื่อง KM ครั้งนี้ ซึ่งมีกิจกรรมแรกตั้งแต่ หัวใจสี่ห้อง  ซึ่งผู้ดำเนินกิจกรรมกระบวนการในครั้งนี้  คือ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และคุณนภินทร  ศิริไทย(น้องหญิง) ซึ่งกิจกรรมแรกก็ทำให้ผู้เข้าอบรมเปิดรบอย่างกว้างพร้อมที่จะเรียน เริ่มด้วย หัวใจห้องแรก  ให้เขียน ชื่อเล่น ชื่อองค์กร พร้อมทั้งฉายา หัวใจห้องที่สองคาดหวังอะไรในการมาอบรมครั้งนี้  หัวใจห้องที่สาม ให้เขียนวลีสั้นกับการรู้จัก KM ว่าหมายถึงอะไร  และหัวใจห้องสุดท้าย สิ่งที่จะทำให้บรรลุสิ่งที่เราต้องการต้องทำอย่างไร   เป็นการอบรมที่มาจากการกระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมต้องนำสิ่งที่ต่างๆที่มาจากในตัวเองแลกเปลี่ยนกับเพื่อน  แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นคือบรรยากาศในห้องอบรมซึ่งสบายมากนั่งตามสบายความเป็นกันเอง  แล้วทุกคนก็เริ่มแนะนำตัวทีละคน  ซึ่งเป็นการแนะนำตัวที่ได้รู้มากขึ้นได้เห็นมุมมองของแต่ละคนเข้ามาร่วมในครั้งนี้                 ต่อด้วยกิจกรรมจับคู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันให้มากขึ้น ซึ่งผู้เขียนได้จับคู่กับพี่ต๋อย ซึ่งมากระทรวงมหาดไทย  สิ่งที่เราพูดคุยกัน เริ่มจากเรื่องครอบครัว ซึ่งพี่ต๋อยแต่งงานแล้วมีลูก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=115&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน</strong><strong></strong></p>
<p align="center"><strong>“</strong><strong>Human KM:ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการความรู้ จากปัญญามนุษย์สู่สินทรัพย์ขององค์กร</strong></p>
<p align="right"><strong>โดย  ทองพูล  บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<p>                โดยผู้เขียนได้สมัครมาอบรมโครงการอบรมKM ของสถาบันส่งเสริมารจัดการความรู้เพื่อสังคม ซึ่งในรุ่นนี้มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 14 คนที่มาจากที่ต่างๆ  ผู้ร่วมเข้าอบรมมี พี่นิ่ม,พี่อ้น,พี่ต๋อย,คุณหมอป๊อก,คุณหมอเก๋,คุณยิม,คุณอัง,คุณเอื้อย,คุณแก่น,คุณเชอรรี่,คุณโต,คุณนก,คุณม่อน และผู้เขียน  ที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการเรียนรู้ร่วมกันในเรื่อง KM ครั้งนี้ ซึ่งมีกิจกรรมแรกตั้งแต่ หัวใจสี่ห้อง  ซึ่งผู้ดำเนินกิจกรรมกระบวนการในครั้งนี้  คือ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และคุณนภินทร  ศิริไทย(น้องหญิง) ซึ่งกิจกรรมแรกก็ทำให้ผู้เข้าอบรมเปิดรบอย่างกว้างพร้อมที่จะเรียน เริ่มด้วย หัวใจห้องแรก  ให้เขียน ชื่อเล่น ชื่อองค์กร พร้อมทั้งฉายา หัวใจห้องที่สองคาดหวังอะไรในการมาอบรมครั้งนี้  หัวใจห้องที่สาม ให้เขียนวลีสั้นกับการรู้จัก KM ว่าหมายถึงอะไร  และหัวใจห้องสุดท้าย สิ่งที่จะทำให้บรรลุสิ่งที่เราต้องการต้องทำอย่างไร   เป็นการอบรมที่มาจากการกระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมต้องนำสิ่งที่ต่างๆที่มาจากในตัวเองแลกเปลี่ยนกับเพื่อน  แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นคือบรรยากาศในห้องอบรมซึ่งสบายมากนั่งตามสบายความเป็นกันเอง  แล้วทุกคนก็เริ่มแนะนำตัวทีละคน  ซึ่งเป็นการแนะนำตัวที่ได้รู้มากขึ้นได้เห็นมุมมองของแต่ละคนเข้ามาร่วมในครั้งนี้</p>
<p>                ต่อด้วยกิจกรรมจับคู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันให้มากขึ้น ซึ่งผู้เขียนได้จับคู่กับพี่ต๋อย ซึ่งมากระทรวงมหาดไทย  สิ่งที่เราพูดคุยกัน เริ่มจากเรื่องครอบครัว ซึ่งพี่ต๋อยแต่งงานแล้วมีลูก 2 คน  ซึ่งลูกคนโตจบปริญญาตรี และกำลังเรียนต่อปริญญาโท ส่วนลูกคนเล็กกำลังเรียนอยุ่ ปี 3 ส่วนผู้เขียนเองยังโสดแต่ดูแลเรื่องเด็กด้อยโอกาส เราพูดคุยกันพฤติกรรมของเด็กร่วมสมัยในปัจจุบันตั้งแต่การติดการพูดโทรศัพท์ การใช้อินเตอร์เน็ต  การนอนดึกตื่นสาย เป็นสิ่งพ่อแม่กับคนที่ดูแลเป็นห่วงแต่เราทั้งสองคนก็ไม่สามารถดำเนินการบางอย่างได้เพราะคำว่า “สิทธิของหนูน่ะค่ะ”  จึงเป็นการแลกเปลี่ยนที่ถูกใจมากจริง และยิ่งได้ฟังจากเพื่อนทุกคนมีมุมมองแต่ละมุมที่ควรได้เรียนรู้</p>
<p>                ต่อด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของ Human KM ผ่าน VCD ซึ่งเป็นเป็นโรงเรียนจัดการความรู้ของ โรงเรียนเพลินพัฒนา  ซึ่งที่ได้จากการดู VCD ครั้งนี้ได้เห็น การมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันทั้งระดับ ตั้งแต่ผู้บริหาร คุณครู นักเรียน ผู้ปกครอง  พร้อมกับบรรยากาศการกระตุ้นการเรียนรู้  ปัจจัยที่หนุนช่วยให้สำเร็จ คือ ผู้บริหารเห็นความสำคัญ ตลอดจน ผู้บริหารเป็น CKO เองด้วย คุณครูทุกคนมีทุนมีศักยภาพแล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ โดยการผ่านการพูดคุยร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมต่อ  การมีการเสริมรางวัลในการดำเนินการ คือการมีความสุขเป็นรางวัล เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ  และสิ่งที่สำคัญคือ คำพูดที่กระตุ้นว่า “ครูพัฒนา เด็กพัฒนา”  สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับองค์กรของผู้เขียน คือคณะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเด็กคือเรา บ้านอุปถัมภ์เด็กและบ้านสร้างสรรค์เด็ก  ที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส  เด็กเร่ร่อน เด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง เด็กกำพร้า เป็นต้น  ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่มาจากทุกคนร่วมกัน  การใช้ KM เรียนรู้ร่วมกันการยอมรับศักยภาพของผู้ร่วมงาน พร้อมทั้งความดีของคนทำงาน</p>
<p>                จากกิจกรรมนี้ ท่าน ศ.นพ วิจารณ์ พานิช และคุณหญิง ได้กระตุ้นให้เราหากลวิธีการที่จะให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ  ในการขันอาสาของทำความฝันของผู้บริหารให้  พร้อมกับบรรยากาศในการเรียนรู้  ซึ่งท่านอาจารย์ได้ให้แง่คิดดีๆที่นำไปปฏิบัติได้</p>
<p>                ภาคบ่ายได้มีกิจกรรมการปักดอกไม้ ที่ทางวิทยากรเตรียมให้ผู้เข้าแลกเปลี่ยนได้ปัก  ซึ่งมีความหลากหลายของดอกไม้ กิ่งไม้ที่สวยงาม  โดยให้ทุกคนล้อมวงนั่ง โดยครั้งแรกปักแค่คนละ 1 ดอก ห้ามมีการสื่อสารกัน  หลังจากนั้นครั้งที่ 2 และปักเพิ่ม หรือจะถอนออก  แต่มีเหตุผลว่าการถอนออกถอนของตนเองหรือของผู้อื่น  ซึ่งผลผลิตออกมาเป็นที่พอใจของทุกคน ในการมีส่วนร่วมครั้งนี้ ตลอดจน  สรุปด้วยว่าทุกคนเห็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร  ผลงานของกลุ่มเราเป็นแบบนี้</p>
<p>                ต่อด้วยการเรียนรู้กิจกรรม โมเดลที่เคยทำการจัดการความรู้ ที่สำเร็จแล้วรวมทั้งการปรับและนำไปใช้ของหน่วยงานของเรา  ในกลุ่มเราบางหน่วยงานทำแล้วอย่างต่อเนื่อง คือปตท.ที่ทำงานของคุณเอื้อย บุคคลที่กำลังบุกเบิก คือคุณหมอป๊อก มาดนุ่มเสียงเพาะมากเวลาพูด จาโรงพยาบาลยโสธร  ผู้ชำนาญและทำอย่างต่อเนื่อง  คือคุณนกของพวกเรา  ทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มกันอย่างสนุกสนานพร้อมทั้งได้เรียนรู้การทำงานของผู้อื่น  สรุปสุดท้ายของวันนี้ คือวลีสั้นของแต่ละคนที่ได้จากกิจกรรมในวันนี้  ผู้เขียนเอง  ของใช้คำว่า “<strong><em>ขอบคุณได้มีโอกาสเรียนลัด  เพื่อนำไปต่อยอดขยายผลในงานที่รับผิดชอบ” </em></strong>กลับบ้านด้วยความสุข  และขอเชิญบุคคลที่อยากเรียนรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  ในความรู้ที่คุณมีอยู่แล้วทุกคน ลองติดต่อไปยัง  สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส.)</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/115/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/115/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/115/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/115/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/115/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/115/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/115/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/115/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/115/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/115/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/115/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/115/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/115/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/115/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=115&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/26/%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99-km/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างดุสิต&#8221;เขาดินวนา&#8221;</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/15/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/15/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 15 May 2009 04:06:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=112</guid>
		<description><![CDATA[เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างกับสวนสัตว์ดุสิต “เขาดินวนา” โดย   ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม   2552   เด็กๆของศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์  ได้พากันไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ดุสิต “เขาดินวนา”   โดยมีเด็กตั้งแต่อายุ 2.5 ปี  จนถึงอายุ 10  ปี   จำนวน  11  คน  พร้อมกับแม่เด็กอีก 1 ครอบครัว   เด็กๆประกอบไปด้วย  น้องมด  น้องอร  น้องนุ่ม   น้องโบว์  น้องแชมป์   น้องเดียร์   น้องดิว  และแม่ของน้องบอม  เป็นต้น                 มาถึงสวนสัตว์เขาดิน  เมื่อเวลา  10.00 น.  ซึ่งวันนั้นเป็นธรรมดา  จึงมีคนไม่มากนัก   พวกเราคุณครูและเด็กๆต่างตื่นเต้นมาก  ยิ่งผู้เขียนเองไม่ได้มาเที่ยวสวนสัตว์ดุสิต “เขาดินวนา”  เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 12 ปี  แล้ว  การมาครั้งนี้เห็นความแตกต่างและการจัดสรรพื้นที่ให้สัตว์อยู่อย่างดี  และเป็นสรรส่วนเพิ่มมากขึ้น  เริ่มกันตั้งแต่คอกกระต่าย   [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=112&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างกับสวนสัตว์ดุสิต “เขาดินวนา”</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย   ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)    มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<p><strong>                </strong>เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม   2552   เด็กๆของศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์  ได้พากันไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ดุสิต “เขาดินวนา”   โดยมีเด็กตั้งแต่อายุ 2.5 ปี  จนถึงอายุ 10  ปี   จำนวน  11  คน  พร้อมกับแม่เด็กอีก 1 ครอบครัว   เด็กๆประกอบไปด้วย  น้องมด  น้องอร  น้องนุ่ม   น้องโบว์  น้องแชมป์   น้องเดียร์   น้องดิว  และแม่ของน้องบอม  เป็นต้น</p>
<ol>
<li>                มาถึงสวนสัตว์เขาดิน  เมื่อเวลา  10.00 น.  ซึ่งวันนั้นเป็นธรรมดา  จึงมีคนไม่มากนัก   พวกเราคุณครูและเด็กๆต่างตื่นเต้นมาก  ยิ่งผู้เขียนเองไม่ได้มาเที่ยวสวนสัตว์ดุสิต “เขาดินวนา”  เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 12 ปี  แล้ว  การมาครั้งนี้เห็นความแตกต่างและการจัดสรรพื้นที่ให้สัตว์อยู่อย่างดี  และเป็นสรรส่วนเพิ่มมากขึ้น  เริ่มกันตั้งแต่คอกกระต่าย   ซึ่งเด็กอยากจับกันมาเพราะน่ารักมาก   เด็กดูตื่นเต้าเป็นพิเศษ  เพราะเด็กไม่เคยมาสวนสัตว์เขาดินวนาเลย  เสียงที่เด็กตระโกนตลอดเวลาคือ  ครูมันเป็นตัวจริงๆหรือในภาพ   เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างโดยส่วนใหญ่ที่มาเรียนที่ศูนย์เด็กก่อสร้างจะเห็นแต่ภาพถ่ายโดยส่วนใหญ่  หรือก็แผ่นโปส์เตอร์การเรียนการสอนที่ติดบอร์ดเอาไว้ที่ศูนย์เด็กก่อสร้าง    </li>
</ol>
<p>                แล้วก็เดินเรื่อยมาที่คอกม้าลาย   ซึ่งเด็ก เด็กจะปืนป่ายดูม้าลาย   คำถามมากมายที่ออกมาจากป่าเด็ก   ม้าลายกินอะไร   มาอยู่ที่สวนสัตว์เขาดินอย่างไร   เด็กขึ้นได้ไหม    เป็นต้น   ซึ่งครูตอบไม่ทัน    เด็กๆเห็นยีราฟคอยาว  จำนวน 4 ตัวที่ยืนเป็นสง่า  คำถามก็จะมีอีก  เช่น  เมืองไทยมียีราฟด้วยหรือ    มันกินอะไรตัวถึงได้สูง   ความสูงของยีราฟสูงเท่าไหร่&#8230;มันเดินออกไปข้างนอกได้ไหมครู&#8230;.ครูยังไม่ได้ทันตอบ  เด็กอีกคนก็วิ่งไปที่ทางบันไดขึ้นสูงกรงลิงแล้ว</p>
<p>                พวกเราทุกคนก็ต้องต้อนเด็กที่เหลือ ไปยังเชิงบันได  การมาครั้งนี้ครูไม่ต้องอุ้มเด็กตัวเล็ก 2 คน คือ เจ้าน้องอร  และน้องมด  2 คน เดินเร็วมากจนครูจับไม่ทัน   ซึ่งได้มีการวางแผนกันมาแล้วในรถตู้ว่าพี่คนไหนดูแลน้องคนเล็กด้วยกัน    คือพี่เดียรดูแลน้องมด    พี่แชมป์ดูแลน้องนุ่ม   พี่ดิวดูแลน้องโบว์    ครูจิ๋วดูแลน้องอร  แม่กับน้องบอมไปด้วยกัน   แต่จริงๆแล้วพวกพี่ดูสัตว์กันเร็วมากเดินทางออกไปก่อนทิ้งน้องๆเลย   ยกเว้นพี่แชมป์ที่จับมือน้องนุ่มตลอดเวลา ดูแลอย่างใกล้ชิด</p>
<p>                เด็กๆได้เดินไปกรงลิงที่มีลิงมากมายหลากชนิด   เด็กที่สนใจเป็นพิเศษ  คือเจ้าน้องมด  จะเกิดถามชื่อลิงที่มีตามลูกกรงว่าชื่ออะไรบ้าง   เหตุเพราะว่าเมื่อครั้งที่แล้วได้พาน้องมดไปดูลิงที่เขามุก  จังหวัดชลบุรี  เจ้าน้องมดเห็นลิงเป็นหมา  เห็นหมาเป็นลิง   ครั้งนี้น้องมดจึงพยายามจำชื่อลิงไปอวดพ่อกับแม่ที่บ้านพักกรรมกรก่อสร้าง   ได้ไปดูกรงเสือ  สิงโต  แล้วไปดูเต่า  ซึ่งมีเต่าแต่ละชนิดที่แบ่งไว้ในบ่อปูนซึ่งเด็กชอบมาก   ได้ยินเสียงเด็กร้องเพลงเบาๆ   <strong><em>“เต่า เต่า เต่า   มันมีสี่ขา    สี่ตีนเดินมา  มันทำหัวผลุบๆโผล่ๆ” </em></strong>   แล้วก็พามากันเดินเขาห้องเลี้ยงงู   ซึ่งเด็กโตจะสนุกสนานพยายามหางูที่หลบตามต้นไม้  แล้วก็วิ่งมาตามน้องเล็กๆให้วิ่งไปดู   เจ้าน้องเล็กๆทั้งหลายก็กลัว  จับมือครูกันแน่น   เด็กทุกคนสนใจหัวตัวใหญ่ๆ  เช่น งูเหลือบ  งูสิง   งูเห่าเผือก  เป็นต้น   หลังจากนั้น ก็ไปแวะที่บ่อเลี้ยงจระเข้  จระเข้ก็มีหลายชนิด  ตั้งแต่ตัวเล็ก  จนถึงเจ้าตัวใหญ่   กลุ่มเด็กเล็กจะกลัวเป็นพิเศษ  แต่ก็ขอเข้าดูใกล้ๆครูก็จะบอกว่าเด็กคนไหนเป็นเด็กดื้อไม่เชื่อฟังครู  ไม่เชื่อฟังพ่อแม่   จระเข้ตัวใหญ่จะกินเด็ก   ซึ่งก็มีเด็กเอนุบาลหลายคนเข้ามาสมทบกับเด็กเราด้วย</p>
<p>                สิ่งที่เด็กรอคอยก็จะขอดูเจ้าฮิบโปตัวโต   ซึ่งเด็กทุกคนยืนมองอย่างทึ่งมา  แล้วคำถามก็ออกมาจากปากมากมายหลายประการด้วยกันเช่น  ครูไพโรจน์ทำไมตัวมันใหญ่ยัง&#8230;.มันกินอะไรหรือครู    มันกินมากไหมครู    มันนอนแช่อย่างนี้ทั้งวันทั้งคืนหรือครู   ตัวมันเหม็นไหมครู    ยุ่งกัดมันไหม   น้ำทำไม่ในบ่อมันสกปรกครู    ครูแต่ละคนตอบไม่ทันเด็ก  คำถามบางคำถามครูไพโรจน์  กับ ครูจิ๋วยังไม่ได้ตอบเลย  คำถามใหม่ก็ถามมาทันที   หลังจากนั้น  เด็กหลายคนเริ่มหิวข้าวกลางวัน  จึงพากันมากินข้าวกลางวัน  ซึ่งเป็นข้าวเหนียวกับหมูทอด  แล้วก็มีขนมกับนมแถบให้ด้วย    เจ้าเด็กโตซึ่งพ่อแม่ให้เงินมาก็ไปซื้อไอครีม  กับน้ำเป๊ปซี่  ดื่มกัน  </p>
<p>                หลังกินอาหารเสร็จเป็นเวลา  เที่ยงกว่าๆ  เด็กเล็กที่เดินอย่างเก่งเมื่อตอนเช้า  2  คน คือเจ้าน้องอร  เจ้าน้องมด  หมดแรง   ขอนอนตักคุณครูกัน  ตรงที่กินข้าว   น้องมดกับน้องอรหลับอย่างสนิท  ไม่มีอาการงอนแง่ให้เห็น  เพราะถ้าอยู่ที่ศูนย์เด็กก่อสร้าง  เจ้า 2 คน  จะไม่ยอมนอนกลางวันเป็นเด็ดขาด   แต่วันนี้ทั้ง 2 คนหลับอย่างมีความสุข  และหลับสนิท บนเสื่อ ที่พวกเราปูบนศาลาที่ประทับ </p>
<p>                ส่วนกลุ่มเด็กโต  และกลุ่มเด็กเล็กที่เหลือ  ครูไพโรจน์   พาไปดูการแสดงนก   และการแสดงช้าง  ซึ่งเด็กทุกคนสนุกสนานมาก   ได้นำมาเล่ากันอย่างสนุกสนาน  และก็เดินนกชนิดต่างๆในกรงส่วนกลางของสวนสัตว์ดุสิต “เขาดินวนา”     เมื่อเวลาเกือบบ่ายสามโมง  ทุกคนก็มารวมกันที่ริมบ่อปลา  ซึ่งมีปลากับเต่าว่ายมาบริเวณใกล้ๆที่พวกเรานั่งกันอยู่   จึงได้เอาขนมของพวกเรามาโยนให้ปลากิน  และดูปลากับเต่าแย่งกันอาหารกัน   น้องบอมสนุกสุดที่ได้ให้อาหารกับปลา  น้องอร น้องมด กล้าๆกลัว  แต่ก็โยนขนมส่วนของตนเองให้ปลากับเต่าหมด  </p>
<p>                เป็นการทัศนศึกษาที่สนุกมากอีกครั้งหนึ่ง  และเป็นครั้งสุดท้ายของเด็กหลายคน  เพราะน้องเดียร  น้องแชมป์  น้องนุ่ม  ต้องกลับบ้านต่างจังหวัด    น้องบอมย้ายตามพ่อแม่ไปทำงานแหล่งก่อสร้างที่เพชรเกษม   ซึ่งอาการน้อมบอมเห็นได้ชัดว่าอยากอยู่กับครูที่ศูนย์เด็ก  แต่ครูไพโรจน์ได้เตรียมหนังสือและเอกสารต่างๆในการฝึกหัดเขียนพร้อมกระเป๋าให้น้องบอม     การทัศนศึกษาทุกครั้งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้เห็นและสัมผัสสิ่งที่มีตัวตนจริงๆ  พร้อมกับการเรียนรู้จากการเห็น การสัมผัส  ตลอดจนความรู้สึกตื่นเต้น  ความรู้สึกกลัวในสิ่งที่เห็น   เป็นการเพิ่มทักษะให้เด็กได้มีการปรับตัวเองในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ    จึงต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ให้โอกาสกับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/112/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/112/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/112/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/112/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/112/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/112/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/112/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/112/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/112/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/112/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/112/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/112/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/112/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/112/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=112&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/15/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การระบายสีกับการเตรียมความพร้อมของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/11/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/11/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 May 2009 05:59:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=110</guid>
		<description><![CDATA[การระบายสีกับการเตรียมความพร้อมของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง โดย    ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)   มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                       ด้วยโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์   มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  ร่วมกับบริษัทนารายณ์พร๊อพเพอร์ตี้   จำกัด  ได้ร่วมกันจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างที่ติดตามพ่อแม่มาอยู่ในแหล่งก่อสร้าง ซึ่งมีจำนวนหลายกลุ่มเป้าหมายด้วยกัน  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 2.5-5  ปี  เป็น กลุ่มที่ทางศูนย์เด็กก่อสร้างจะมีการเตรียมความพร้อม  ตั้งแต่ด้านร่างกาย   ด้านสังคม   ด้านจิตใจ  และการพัฒนาสติปัญญาของเด็กในกลุ่มนี้เป็นพิเศษ   สำหรับเด็กที่เริ่มมีการเรียนรู้ที่ศูนย์เด็กโดยเฉพาะเด็กกลุ่มเด็กเล็กในศูนย์เด็กก่อสร้าง  จะเน้นการเตรียมความพร้อมเป็นหลัก                 การเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนเพื่อให้มีลักษณะและพฤติกรรมตามที่กำหนดได้ ให้แนวทางในการเตรียมความพร้อมไว้ดังนี้                 การเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย  นั้นเป็นการเตรียมเพื่อให้เด็กมีร่างกายที่สมบูรณ์อนามัยดี มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไว รู้จักใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้เหมาะสม  กระฉับกระเฉง และรู้จักใช้อวัยวะต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ  ได้แก่ (1) การพัฒนากล้าเนื้อใหญ่ ได้แก่ แขน ขา ลำตัว  โดยอาจจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาในส่วนนี้หลายอย่าง อาทิ ให้คลาน ลอด วิ่ง กระโด ลากรถเล่น โยนลูกบอล  ขี่จักรยาน เขย่ง ก้าวกระโดด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=110&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>การระบายสีกับการเตรียมความพร้อมของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย    ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)   มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก     </strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<ol>
<li>                ด้วยโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์   มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก  ร่วมกับบริษัทนารายณ์พร๊อพเพอร์ตี้   จำกัด  ได้ร่วมกันจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างที่ติดตามพ่อแม่มาอยู่ในแหล่งก่อสร้าง ซึ่งมีจำนวนหลายกลุ่มเป้าหมายด้วยกัน  โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 2.5-5  ปี  เป็น กลุ่มที่ทางศูนย์เด็กก่อสร้างจะมีการเตรียมความพร้อม  ตั้งแต่ด้านร่างกาย   ด้านสังคม   ด้านจิตใจ  และการพัฒนาสติปัญญาของเด็กในกลุ่มนี้เป็นพิเศษ   สำหรับเด็กที่เริ่มมีการเรียนรู้ที่ศูนย์เด็กโดยเฉพาะเด็กกลุ่มเด็กเล็กในศูนย์เด็กก่อสร้าง  จะเน้นการเตรียมความพร้อมเป็นหลัก</li>
</ol>
<p>                การเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนเพื่อให้มีลักษณะและพฤติกรรมตามที่กำหนดได้ ให้แนวทางในการเตรียมความพร้อมไว้ดังนี้</p>
<p>                <em>การเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย</em>  นั้นเป็นการเตรียมเพื่อให้เด็กมีร่างกายที่สมบูรณ์อนามัยดี มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไว รู้จักใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้เหมาะสม  กระฉับกระเฉง และรู้จักใช้อวัยวะต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ  ได้แก่ (1) การพัฒนากล้าเนื้อใหญ่ ได้แก่ แขน ขา ลำตัว  โดยอาจจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาในส่วนนี้หลายอย่าง อาทิ ให้คลาน ลอด วิ่ง กระโด ลากรถเล่น โยนลูกบอล  ขี่จักรยาน เขย่ง ก้าวกระโดด เป็นต้น   (2)  การพัฒนากล้ามเนื้อ ได้แก่มือ นิ้วมือ  รวมทั้งฝึกตาและมือให้สัมพันธ์กับกิจกรรม ซึ่งมีหลายอย่าง อาทิ ฝึกการใช้มือจับของ โยนของ ปั้น ขยำ ใช้นิ้ว ไม้ ดินสอ หยิบของใส่ช่องตามขนาด ท่องกลอน คำคล้องจองหรือร้องเพลง  เป็นต้น</p>
<p>                <em>การเตรียมความพร้อมด้านสติปัญญา </em> เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เรียนรู้ทางประสาทสัมผัส  ดังนั้นจึงต้องฝึกให้ใช้ประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก กาย ลิ้น  อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ใช้เฉพาะส่วนและใช้ให้สัมพันธ์กัน  นอกจากนี้ควรฝึกเด็กให้มีคุณสมบัติต่อไปนี้  (1) เป็นคนช่างสังเกต  รู้จักซักถาม รู้จักสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว มีหลักในการจดจำ   (2)  เป็นตัวของตัวเอง มีเหตุผล   (3) มีความคิดสร้างสรรค์  รู้จักค้นคว้าและทดลองสิ่งต่างๆผ่านอุปกรณ์  (4) มีทักษะในการใช้ภาษา และมีพื้นฐานในการอ่านเขียนที่ถูกต้อง  การฝึกเด็กให้เรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัส   การสังเกตและรับรู้ ควรฝึกให้เด็กมีความคิดรวบยอดว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร รู้จักเปรียบเทียบความเหมือน ความคล้ายและความแตกต่าง รู้จักจัดคู่และทราบความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน  รู้จักแบ่งกลุ่ม จัดพวกและเรียงลำดับก่อน-หลัง     การจำ ควรฝึกให้เด็กเล่าเรื่อง บอกสิ่งที่ขาดหายไป เกินมาหรือผิดปกติ    การคิด ควรฝึกให้เด็กเรียงลำดับภาพตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหลัง  ฝึกการซักถาม ตอบคำถาม ฝึกเล่นของเล่นที่ใช้ความคิดแก้ปัญหา</p>
<p>                <em>การเตรียมความพร้อมด้านภาษา </em>   การฟัง  ให้แยกเสียงที่ได้ยิน  ให้เข้าใจคำศัพท์ที่ใช้เรียกสิ่งต่างๆฟังคำพูด คำสั่ง หรือคำแนะนำแล้วปฏิบัติได้ถูกต้อง ฟังเร่องราวได้เข้าใจและสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้   การพูด  ให้ออกเสียงคำต่างๆได้ชัดเจน ถูกต้อง พูดเป็นวลีหรือประโยคให้ผู้อื่นได้เข้าใจ  แล้วใช้ภาษาที่สุภาพได้  เล่าเรื่องจากประสบการณ์หรือเล่าเรื่องจากภาพได้   การอ่าน  ให้แยกสิ่งที่เห็นได้  อ่านภาพและอ่านท่าทางได้ รู้จักตัวพยัญชนะไทย สระเดียว และคำใกล้ชิดที่ง่ายๆได้  รู้จักแยกเสียงและรูปของตัวอักษรที่เหมือนกัน  ต่างกัน   การเขียน  ฝึกมือให้แข็งแรง  ตาและมือมีความสัมพันธ์กัน  หยิบดินสอได้ถูกวิธีลากเส้นไปตามทิศทางที่ต้องการได้อย่างมีคุณภาพ  พร้อมทั้งการฝึกการระบายสีโดยไม่ให้ออกจากเส้นกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม  จนถึงการระบายสีเป็นรูปสัตว์ต่างๆ  ดอกไม้  และใช้สีตามความหมายของสีได้ด้วย</p>
<p>                <em>การเตรียมความพร้อมด้านอารมณ์และสังคม  </em>ควรฝึกให้เด็กมีอารมณ์ดีอยู่เสมอ  ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจเย็นไม่โกธรง่าย  มีอารมณ์มั่นคง ไม่หวั่นไหวง่าย  หรือหงุดหงิดง่าย  มีความสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว  มีช่วงความสนใจนานพอควรและมีสมาธิ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมด้านนี้  (1) ให้มีสังคมนิสัยที่ดี เช่น รู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับบุคคล เวลาและสถานที่รู้จักที่จะอยู่ร่วมและติดต่อกับผู้อื่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีทัศนคติที่ดีต่อคนอื่น  ปรับตัวเองให้เข้ากับคนอื่นได้รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น  รู้จักแบ่งปัน มีน้ำใจต่อผู้อื่น  ฯลฯ  มีสุนทรียะและวัฒนธรรม    (2) ให้มีกิจนิสัยที่ดี เช่นทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลา  มีนิสัยในการทำงานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบคอบ สะอาด สวยงาม เป็นต้น   (3) ให้มีลักษณะนิสัยที่ดี เช่น ซื่อตรง พูดความจริง รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง อดทน ขยัน รักของ รู้จักเก็บให้เป็นที่และรักษาของ  เป็นต้น</p>
<p>                จากที่กล่าวมาในเรื่องการพัฒนาการของกลุ่มเด็กเล็กนั้น กับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างนั้น  การกระตุ้นที่สำคัญ  และเป็นสิ่งที่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างโปรดปรานมาก คือ การระบายสี  การวาดภาพ   ซึ่งเป็นงานศิลปะของเด็กเล็ก </p>
<p>                งานศิลปะที่เด็กได้เรียนรู้เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีจินตนาการ การพัฒนาสมองและทักษะการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้จิตใจมนุษย์สงบอ่อนโยน  นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองได้ยืนยันว่าการจะทำให้มนุษย์ฉลาดนั้นจะต้องมีการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5   ดังนั้นถ้าอยากฉลาดก็ต้องหากิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระตุ้นประสาท  ทำให้เกิดการเชื่อมโยงชองเซลล์สมองในเวลาที่เด็กๆคิดหรือเกิดจินตนาการ</p>
<p>                ศิลปะ  นั้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับเด็ก  โดยเฉพาะการวาดภาพระบายสี  เป็นการผ่อนคลาย ฝึกเด็กให้มีสมาธิจดจ่อกับงาน  การระบายสีด้วยสีสันที่สวยงามเด็กจะรู้สึกมีความสุข  มีชีวิตชีวา  ทำไปเรื่อยๆก็จะสนุกและเสริมสร้างการทำงานที่เป็นระเบียบ รอบคอบ  แบ่งปันกับเพื่อนๆ</p>
<p>                โครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์  ได้สร้างโอกาสที่ดีให้เด็กได้มีโอกาสได้เรียนรู้ พร้อมทั้งการฝึกทักษะในเรื่องต่างๆที่เตรียมให้กับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างเกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนตามพัฒนาการของวัยของเขาที่ควรได้รับตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก   ถ้าผู้ใดมีความประสงค์ที่จะบริจาคสิ่งของอุปกรณ์การระบายสี หรืออุปกรณ์การเรียนการสอน  ติดต่อสอบถามที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก   โทรศัพท์  0-2574-3753    โทรสาร  0-2982-1477</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/110/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/110/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/110/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=110&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/11/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คำคล้องจองกับการพัฒนาภาษาของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/11/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/11/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 May 2009 05:56:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=108</guid>
		<description><![CDATA[คำคล้องจองกับการพัฒนาภาษาของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง โดย  ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)   มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   คำคล้องจองเป็นกลวิธีการสอนในการฝึกพูด และการหัดอ่าน  ของเด็กศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์  ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กเล็กที่มาเรียนที่ศูนย์เด็กก่อสร้างฯ  ซึ่งใช้ทั้งการเล่านิทาน  การเล่นของเล่น  การเล่นบทบาทสมมุติ   ตลอดจนการท่องคำคล้องจอง  ซึ่งคำคล้องจองเหล่านี้ทางศูนย์เด็กก่อสร้างจะเน้นใกล้เคียงกับชีวิตของเด็ก  หรือการใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่นการสอนเรื่องขยะ ครูจะเน้นฝึกการท่องเป็นคำคล้องจองก่อน  แล้วให้เด็กพูดตามทีละประโยค                 คำคล้องจองการทิ้งขยะใต้พื้นบ้าน  (สุชาติ  ลี้ตระกูล)                 ขยะอย่างทิ้งเกลื่อน                          ช่วยบอกเพื่อนเตือนหญิงชาย                 อย่าทิ้งตามสบาย                              หรือโยนใต้พื้นบ้านเรา                 จะทำให้เกิดหนอน                           แล้วไชชอนถึงตัวเรา                 จิตใจเราคงเศร้า                                เพราะมันเข้าสู่ร่างกาย                   คำคล้องจองจะเน้นให้เด็กได้พูด  และเป็นการฝึกการเปล่งเสียงออกมาอย่างชัดเจน  โดยเฉพาะเวลาที่เด็กรับประทานอาหาร นั้น มีคำคล้องจอง                 คำคล้องจอง  การรับประทานอาหาร  (สุชาติ   ลี้ตระกูล และ ชูชีพ  พุทธประเสริฐ)                 กินข้าวทุกคำ                             ควรจำให้ดี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=108&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>คำคล้องจองกับการพัฒนาภาษาของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย  ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)   มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<p>                คำคล้องจองเป็นกลวิธีการสอนในการฝึกพูด และการหัดอ่าน  ของเด็กศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์  ซึ่งเป็นกลุ่มเด็กเล็กที่มาเรียนที่ศูนย์เด็กก่อสร้างฯ  ซึ่งใช้ทั้งการเล่านิทาน  การเล่นของเล่น  การเล่นบทบาทสมมุติ   ตลอดจนการท่องคำคล้องจอง  ซึ่งคำคล้องจองเหล่านี้ทางศูนย์เด็กก่อสร้างจะเน้นใกล้เคียงกับชีวิตของเด็ก  หรือการใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่นการสอนเรื่องขยะ ครูจะเน้นฝึกการท่องเป็นคำคล้องจองก่อน  แล้วให้เด็กพูดตามทีละประโยค</p>
<p>                <strong>คำคล้องจองการทิ้งขยะใต้พื้นบ้าน</strong>  (สุชาติ  ลี้ตระกูล)</p>
<p>                ขยะอย่างทิ้งเกลื่อน                          ช่วยบอกเพื่อนเตือนหญิงชาย</p>
<p>                อย่าทิ้งตามสบาย                              หรือโยนใต้พื้นบ้านเรา</p>
<p>                จะทำให้เกิดหนอน                           แล้วไชชอนถึงตัวเรา</p>
<p>                จิตใจเราคงเศร้า                                เพราะมันเข้าสู่ร่างกาย</p>
<p> </p>
<p>                <strong>คำคล้องจองจะเน้นให้เด็กได้พูด  และเป็นการฝึกการเปล่งเสียงออกมาอย่างชัดเจน  โดยเฉพาะเวลาที่เด็กรับประทานอาหาร นั้น มีคำคล้องจอง</strong></p>
<p>                คำคล้องจอง  การรับประทานอาหาร  (สุชาติ   ลี้ตระกูล และ ชูชีพ  พุทธประเสริฐ)</p>
<p>                กินข้าวทุกคำ                             ควรจำให้ดี</p>
<p>แต่ละเมล็ดมี                              ประโยชน์มากมาย</p>
<p>อย่ากินให้หก                              ตกหล่นมากมาย</p>
<p>ควรนึกเสียดาย                            เงินพ่อแม่เรา</p>
<p>ทำงานเหนื่อยยาก                         ลำบากทนเอา</p>
<p>ทำงานค่ำเช้า                                  ซื้อข้าวให้กิน</p>
<p>อาหารทุกอย่าง                              จัดวางไว้สิ้น</p>
<p>ล้างมือก่อนกิน                              อร่อยลิ้นทุกคน</p>
<p>คิดถึงวันหน้า                                 หากยากขัดสน</p>
<p>อาจจะยากจน                                ข้นแค้นคับใจ</p>
<p>อย่ากินเรี่ยราด                                รักสะอาดเข้าไว้</p>
<p>กินเสร็จเก็บไว                               วางไว้เป็นที่</p>
<p>อย่ากินมูมมาม                                ซุ่มซ่ามไม่ดี</p>
<p>เด็กไทยวันนี้                                   ต้องมีวินัย</p>
<p>ของมีประโยชน์                             ไร้โทษสบายใจ</p>
<p>เราเด็กอนามัย                                 สนใจเล่าเรียน</p>
<p>อย่าเคี้ยวเสียงดัง                              ใครฟังแล้วเอียน</p>
<p>พวกเรานักเรียน                               ร่วมกันทำดี</p>
<p>มารยาทการกิน                                ทั่วทุกถิ่นที่</p>
<p>เครื่องหมายคนดี                              ที่ควรทำเอย</p>
<p> </p>
<p>นี่คือคำคล้องจองที่ทุกคนต้องท่องก่อนจะรับประทานอาหารกลางวัน    ครูจะฝึกท่องทีละประโยค  และเน้นเนื้อหาความหมายของคำทีละประโยคเน้นความหมายในการปฏิบัติตัวของเด็กด้วย  โดยเสริมให้แม่ให้กำลังลูกที่ท่องได้  เป็นการสอนอีกหนึ่งวิธีการ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/108/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/108/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/108/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/108/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/108/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/108/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/108/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/108/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/108/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/108/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/108/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/108/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/108/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/108/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=108&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/11/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>นิทานเรื่องโปรดของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง</title>
		<link>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/06/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/06/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 May 2009 06:31:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tongpul011</dc:creator>
				<category><![CDATA[เด็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://tongpul011.wordpress.com/?p=106</guid>
		<description><![CDATA[นิทานเรื่องโปรดของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง โดย  ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)     มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก                   การเล่านิทานเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน   ของศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์   ซึ่งเป็นที่สนใจของเด็กทุกคนให้ศูนย์เด็กก่อสร้าง   เป็นสิ่งที่เด็กอยากฟัง อยากถามหา ร่วมทั้งมีพี่ๆหลายคนที่มีความสามารถในการเล่านิทาน                 นิทานคือความบันเทิง  คือความสุข คือสุดยอดปรารถนาของเด็ก  ยิ่งผู้เล่าที่มีลีลาในการเล่าที่เร้าใจ  สนุกสนาน  มีการทอดเสียงเวลาโศกเศร้า  กระชากเสียงเวลาตื่นเต้น  ยิ่งทำให้เด็กๆสนุกจนลืมหายใจ  รวมทั้งเนื้อหาของนิทานยังได้สอดแทรกแบบแผนการดำเนินชีวิตในนิทานด้วย  ตั้งแต่ความเสียสละ  ความกตัญญู  ความอดทน  ความเพียร  การรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ความรัก   การแบ่งปัน ความมีเมตตากับสัตว์กับเพื่อน   การมีน้ำใจที่ดี  เป็นต้น  จะซึมซับเข้าไปในจิตใจของเด็ก  และกลายเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้กับเด็กในที่สุด                 นิทานที่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างชอบฟังเป็นอย่างมาก  และ เรียกร้องให้เล่าซ้ำอยู่เสมอ  ได้แก่  นิทานเรื่องหนูแดงกับแมวเหมียว ,  วันเกิดของลูกนก ,กระรอกน้อยจอมซน   เป็นต้น นิทานเรื่องหนูแดงกับแมวเหมียว    (สุชาติ  ลี้ตระกูล)                 หนูแดงเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ติดตามพ่อแม่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร  หนูแดงเป็นเด็กที่ขยันมีน้ำใจเมตตากรุณา และที่สะอาดเรียบร้อยไม่ชอบทิ้งขยะหรือเศษอาหารลงบนพื้น  เวลาจะทิ้งขยะมักจะทิ้งในถังขยะทุกครั้ง  แต่ในบ้านพักนั้นไม่ค่อยมีถังขยะเลย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=106&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p align="center"><strong>นิทานเรื่องโปรดของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong>โดย  ทองพูล   บัวศรี(ครูจิ๋ว)     มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก</strong><strong></strong></p>
<p align="right"><strong> </strong></p>
<p>                การเล่านิทานเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน   ของศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์  ศรีนครินทร์   ซึ่งเป็นที่สนใจของเด็กทุกคนให้ศูนย์เด็กก่อสร้าง   เป็นสิ่งที่เด็กอยากฟัง อยากถามหา ร่วมทั้งมีพี่ๆหลายคนที่มีความสามารถในการเล่านิทาน</p>
<p>                นิทานคือความบันเทิง  คือความสุข คือสุดยอดปรารถนาของเด็ก  ยิ่งผู้เล่าที่มีลีลาในการเล่าที่เร้าใจ  สนุกสนาน  มีการทอดเสียงเวลาโศกเศร้า  กระชากเสียงเวลาตื่นเต้น  ยิ่งทำให้เด็กๆสนุกจนลืมหายใจ  รวมทั้งเนื้อหาของนิทานยังได้สอดแทรกแบบแผนการดำเนินชีวิตในนิทานด้วย  ตั้งแต่ความเสียสละ  ความกตัญญู  ความอดทน  ความเพียร  การรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ความรัก   การแบ่งปัน ความมีเมตตากับสัตว์กับเพื่อน   การมีน้ำใจที่ดี  เป็นต้น  จะซึมซับเข้าไปในจิตใจของเด็ก  และกลายเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตให้กับเด็กในที่สุด</p>
<p>                นิทานที่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างชอบฟังเป็นอย่างมาก  และ เรียกร้องให้เล่าซ้ำอยู่เสมอ  ได้แก่  นิทานเรื่องหนูแดงกับแมวเหมียว ,  วันเกิดของลูกนก ,กระรอกน้อยจอมซน   เป็นต้น</p>
<p align="center"><strong>นิทานเรื่องหนูแดงกับแมวเหมียว    (สุชาติ  ลี้ตระกูล)</strong><strong></strong></p>
<p>                หนูแดงเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ติดตามพ่อแม่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร  หนูแดงเป็นเด็กที่ขยันมีน้ำใจเมตตากรุณา และที่สะอาดเรียบร้อยไม่ชอบทิ้งขยะหรือเศษอาหารลงบนพื้น  เวลาจะทิ้งขยะมักจะทิ้งในถังขยะทุกครั้ง  แต่ในบ้านพักนั้นไม่ค่อยมีถังขยะเลย เพราะเจ้าถังขยะที่มีอยู่ชอบหนีออกไปเที่ยวเสมอ เวลาที่จะทิ้งที่ไรก็ต้องเรียกหาเจ้าถังขยะให้มากินขยะ  บางครั้งต้องเรียกเสียจนเหนื่อยอ่อน  เจ้าถังขยะก็ไม่มา  หนูแดงเลยต้องเก็บขยะนั้นใส่ถุงเอาไว้ก่อนเวลาเจ้าถังขยะกลับมาแล้วเจ้าหนูแดงจึ่งสามารถทิ้งได้</p>
<p>                วันหนึ่งหลังจากที่หนูแดงช่วยแม่กวาดบ้านและดูแลน้องแล้วจึงขออนุญาตแม่ออกมาซื้อขนมที่ร้านขายขนมใกล้ๆบ้าน   ที่ร้านมีขนมขายหลายอย่าง  และแต่ละอย่างก็มีสีสวยสดน่ากินมาก อย่างเช่น ลูกอม หรือน้ำหวานสีแดง เป็นต้น  แต่หนูแดงก็ไม่ได้ซื้อลูกอมหรือขนมที่มีสีสวย เพราะแม่หนูแดงเคยบอกว่าการซื้อลูกอมสีสวยกินนั้น  บางครั้งนอกจากจะทำให้ฟันผุแล้ว  สีของมันอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้   ดังนั้นหนูแดงจึงเลือกซื้อลูกชิ้นทอดร้อนๆที่มีฝาปิดกันแมลงวันและฝุ่นมิดชิด   ระหว่างเดินกลับบ้านก็ได้พบเจ้าแมวเหมียวตัวหนึ่งร่างกายมันผอมโซและท่าทางของมันหิวมาก   พอมันเห็นหนูแดงมันจึงเดินตามหนูแดงกลับบ้าน  พอถึงบ้านหนูแดงจัดการกินลูกชิ้นที่ซื้อมาและด้วยความสงสารเจ้าเหมียว  หนูแดงจึงได้แบ่งให้เจ้าเหมียวกินด้วย  หลังจากกินลูกชิ้นหมดแล้วหนูแดงก็ไม่กล้าทิ้งถุงลูกชิ้นลงใต้พื้นบ้านพัก  เพราะกลัวว่าขยะจะทำให้เกิดความสกปรกมีกลิ่นเหม็น  กลายเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อโรคและยุงซึ่งมันอาจจะทำให้ไม่สบายได้  หนูแดงจึงได้เรียกหาถังขยะแต่ก็ไม่มีมา  หนูแดงจึงได้เก็บใส่ถุงไว้ก่อน  ทันใดนั้นเจ้าเหมียวที่ผอมโซก็กลายเป็นนางฟ้าผู้แสนสวย  และกล่าวกับหนูแดงขึ้นว่า  <em>“หนูแดงที่น่ารัก   หนูเป็นเด็กดีมากที่เป็นคนไม่ทำให้บ้านเมืองสกปรก  การไม่ทิ้งขยะให้เรี่ยราดทำให้ไม่มีเชื้อโรค  ทำให้ฉันต้องพ้นจากคำสาปและหนูเองยังเป็นเด็กที่มีจิตใจเมตตากรุณาต่อสัตว์อีกด้วย  ฉันอยากให้เด็กทุกๆคนเป็นอย่างเธอ  เอาละเพื่อเป็นการตอบแทนความดีของเธอฉันจะมอบถังขยะวิเศษให้   ต่อไปนี้เธอจะได้ไม่ต้องเรียกหาถังขยะให้เหนื่อยอีก  เจ้าถังใบนี้ชอบกินขยะมาก  ฉันไปก่อนะ”  </em> กล่าวจบนางฟ้าก็หายไป   ตั้งแต่นั้นมาหนูแดงก็ไม่ต้องตระโกนเรียกหาเจ้าถังขยะอีกเลย  หนูแดงได้บอกให้เพื่อนๆช่วยกันทิ้งขยะลงในถังอีกด้วย  จึงทำให้บริเวณบ้านพักสะอาดจนหนูแดงกับเพื่อนสามารถวิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องกลัวเหยียบขยะที่สกปรก</p>
<p>                เป็นนิทานที่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างชอบฟัง  ครูคนเล่าจะสอดแทรกเนื้อหาตัวละครที่เป็นตัวเด็กไปด้วย   และเน้นย้ำเรื่องการทิ้งขยะที่บ้านพัก และที่ศูนย์เด็กก่อสร้าง  พร้อมกับสออดแทรกเนื้อคุณธรรมกับสัตว์ทุกชนิด  แต่ต้องระมัดระวังอย่าให้กัดเข้า</p>
<p>                อีกหนึ่งเรื่องที่เด็กๆชอบฟังนิทาน  คือ<strong>เรื่อง  วันเกิดลูกนก</strong><strong></strong></p>
<p><strong>                </strong>ลูกนกจัดงานวันเกิด  ได้เชิญเพื่อนๆมาร่วมในงาน  ได้แก่ ลูกไก่ ลูกเป็ด ลูกแมว และลูกหมา  เมื่อลูกไก่ ลูกเป็ด  และลูกหมามาพร้อมกันแล้วตามนัด  ต่างก็คุยกันสนุก และหัวเราะชอบใจ  ขณะนั้นเอง ลูกหมาก็เดินเข้ามา  เหลือบแลเห็นอาหารอร้อยๆที่จัดวางไว้สำหรับเลี้ยง  ลุกหมาอยากรับประทานจนน้ำลายไหลยืด  เมื่อมีนำลายเต็มปาก  ลูกหมาก็บ้วนน้ำลายลงพื้นห้อง  ลูกนก ลูกไก่ ลุกเป็ด ลูกแมว เห็นเช่นนั้นก็ไม่มีใครพูดว่าอะไร แต่นึกในใจว่า ลูกหมาเป็นผู้ที่มีกริยามารยาทไม่งามเลย  พอถึงเวลารับประทานอาหาร ลูกนกก็เชิญเพื่อนๆให้รับประทานอาหาร  ลูกหมาใช้เท้าเขี่ยอาหารในจาน  และรีบรับประทานคำโตๆจนคับปาก  กลืนไม่ทัน ทำให้สำลัก  อาหารกระเด็นออกจากปากไปถูกเพื่อนๆเปรอะเปื้อนไปหมด  เพื่อนๆก็มิได้พูดต่อว่าลูกหมาให้อาย  แต่นึกในใจว่า ลูกหมาไม่มีมารยาทที่ดีงามเลย  ลูกหมายังคงรับรับประทานอาหารต่อไปจนรู้สึกแน่นท้อง  ทำให้เกิดอาการอาเจียนออกมาเลอะเทอะไปทั่วบริเวณ  จนไม่มีแรงเดินกลับบ้าน  เพื่อนๆจึงช่วยพาลูกหมาไปส่งที่บ้าน  นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา  ลูกหมาไม่เคยได้รับเชิญไปงานต่างๆอีกเลย </p>
<p>                เป็นอีกหนึ่งที่เด็กๆชอบมาก   เพราะครูผู้เล่าจะสอดแทรกเสียงสัตว์ต่างๆพร้อมเน้นย้ำเรื่องการกินนม และกินอาหารกลางวันที่ศูนย์เด็กก่อสร้างพยายามไม่ให้เด็กทำอาหารหก  หรือเลอะเทอะ  มีมารยาทการกินพร้อมทั้งสอดแทรกคำคล้องจองไปด้วย  ให้เด็กได้ท่อง</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/tongpul011.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/tongpul011.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/tongpul011.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/tongpul011.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/tongpul011.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/tongpul011.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/tongpul011.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/tongpul011.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/tongpul011.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/tongpul011.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/tongpul011.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/tongpul011.wordpress.com/106/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/tongpul011.wordpress.com/106/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/tongpul011.wordpress.com/106/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=tongpul011.wordpress.com&amp;blog=4300091&amp;post=106&amp;subd=tongpul011&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://tongpul011.wordpress.com/2009/05/06/%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a6210637cbe00889b3ca896a7f73de04?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">tongpul011</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
