ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน KM

ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยน

Human KM:ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการความรู้ จากปัญญามนุษย์สู่สินทรัพย์ขององค์กร

โดย  ทองพูล  บัวศรี(ครูจิ๋ว)  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

 

                โดยผู้เขียนได้สมัครมาอบรมโครงการอบรมKM ของสถาบันส่งเสริมารจัดการความรู้เพื่อสังคม ซึ่งในรุ่นนี้มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 14 คนที่มาจากที่ต่างๆ  ผู้ร่วมเข้าอบรมมี พี่นิ่ม,พี่อ้น,พี่ต๋อย,คุณหมอป๊อก,คุณหมอเก๋,คุณยิม,คุณอัง,คุณเอื้อย,คุณแก่น,คุณเชอรรี่,คุณโต,คุณนก,คุณม่อน และผู้เขียน  ที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการเรียนรู้ร่วมกันในเรื่อง KM ครั้งนี้ ซึ่งมีกิจกรรมแรกตั้งแต่ หัวใจสี่ห้อง  ซึ่งผู้ดำเนินกิจกรรมกระบวนการในครั้งนี้  คือ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช และคุณนภินทร  ศิริไทย(น้องหญิง) ซึ่งกิจกรรมแรกก็ทำให้ผู้เข้าอบรมเปิดรบอย่างกว้างพร้อมที่จะเรียน เริ่มด้วย หัวใจห้องแรก  ให้เขียน ชื่อเล่น ชื่อองค์กร พร้อมทั้งฉายา หัวใจห้องที่สองคาดหวังอะไรในการมาอบรมครั้งนี้  หัวใจห้องที่สาม ให้เขียนวลีสั้นกับการรู้จัก KM ว่าหมายถึงอะไร  และหัวใจห้องสุดท้าย สิ่งที่จะทำให้บรรลุสิ่งที่เราต้องการต้องทำอย่างไร   เป็นการอบรมที่มาจากการกระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมต้องนำสิ่งที่ต่างๆที่มาจากในตัวเองแลกเปลี่ยนกับเพื่อน  แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นคือบรรยากาศในห้องอบรมซึ่งสบายมากนั่งตามสบายความเป็นกันเอง  แล้วทุกคนก็เริ่มแนะนำตัวทีละคน  ซึ่งเป็นการแนะนำตัวที่ได้รู้มากขึ้นได้เห็นมุมมองของแต่ละคนเข้ามาร่วมในครั้งนี้

                ต่อด้วยกิจกรรมจับคู่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันให้มากขึ้น ซึ่งผู้เขียนได้จับคู่กับพี่ต๋อย ซึ่งมากระทรวงมหาดไทย  สิ่งที่เราพูดคุยกัน เริ่มจากเรื่องครอบครัว ซึ่งพี่ต๋อยแต่งงานแล้วมีลูก 2 คน  ซึ่งลูกคนโตจบปริญญาตรี และกำลังเรียนต่อปริญญาโท ส่วนลูกคนเล็กกำลังเรียนอยุ่ ปี 3 ส่วนผู้เขียนเองยังโสดแต่ดูแลเรื่องเด็กด้อยโอกาส เราพูดคุยกันพฤติกรรมของเด็กร่วมสมัยในปัจจุบันตั้งแต่การติดการพูดโทรศัพท์ การใช้อินเตอร์เน็ต  การนอนดึกตื่นสาย เป็นสิ่งพ่อแม่กับคนที่ดูแลเป็นห่วงแต่เราทั้งสองคนก็ไม่สามารถดำเนินการบางอย่างได้เพราะคำว่า “สิทธิของหนูน่ะค่ะ”  จึงเป็นการแลกเปลี่ยนที่ถูกใจมากจริง และยิ่งได้ฟังจากเพื่อนทุกคนมีมุมมองแต่ละมุมที่ควรได้เรียนรู้

                ต่อด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของ Human KM ผ่าน VCD ซึ่งเป็นเป็นโรงเรียนจัดการความรู้ของ โรงเรียนเพลินพัฒนา  ซึ่งที่ได้จากการดู VCD ครั้งนี้ได้เห็น การมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันทั้งระดับ ตั้งแต่ผู้บริหาร คุณครู นักเรียน ผู้ปกครอง  พร้อมกับบรรยากาศการกระตุ้นการเรียนรู้  ปัจจัยที่หนุนช่วยให้สำเร็จ คือ ผู้บริหารเห็นความสำคัญ ตลอดจน ผู้บริหารเป็น CKO เองด้วย คุณครูทุกคนมีทุนมีศักยภาพแล้วนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ โดยการผ่านการพูดคุยร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมต่อ  การมีการเสริมรางวัลในการดำเนินการ คือการมีความสุขเป็นรางวัล เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ  และสิ่งที่สำคัญคือ คำพูดที่กระตุ้นว่า “ครูพัฒนา เด็กพัฒนา”  สิ่งที่จะนำไปปรับใช้กับองค์กรของผู้เขียน คือคณะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเด็กคือเรา บ้านอุปถัมภ์เด็กและบ้านสร้างสรรค์เด็ก  ที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส  เด็กเร่ร่อน เด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง เด็กกำพร้า เป็นต้น  ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่มาจากทุกคนร่วมกัน  การใช้ KM เรียนรู้ร่วมกันการยอมรับศักยภาพของผู้ร่วมงาน พร้อมทั้งความดีของคนทำงาน

                จากกิจกรรมนี้ ท่าน ศ.นพ วิจารณ์ พานิช และคุณหญิง ได้กระตุ้นให้เราหากลวิธีการที่จะให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญ  ในการขันอาสาของทำความฝันของผู้บริหารให้  พร้อมกับบรรยากาศในการเรียนรู้  ซึ่งท่านอาจารย์ได้ให้แง่คิดดีๆที่นำไปปฏิบัติได้

                ภาคบ่ายได้มีกิจกรรมการปักดอกไม้ ที่ทางวิทยากรเตรียมให้ผู้เข้าแลกเปลี่ยนได้ปัก  ซึ่งมีความหลากหลายของดอกไม้ กิ่งไม้ที่สวยงาม  โดยให้ทุกคนล้อมวงนั่ง โดยครั้งแรกปักแค่คนละ 1 ดอก ห้ามมีการสื่อสารกัน  หลังจากนั้นครั้งที่ 2 และปักเพิ่ม หรือจะถอนออก  แต่มีเหตุผลว่าการถอนออกถอนของตนเองหรือของผู้อื่น  ซึ่งผลผลิตออกมาเป็นที่พอใจของทุกคน ในการมีส่วนร่วมครั้งนี้ ตลอดจน  สรุปด้วยว่าทุกคนเห็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร  ผลงานของกลุ่มเราเป็นแบบนี้

                ต่อด้วยการเรียนรู้กิจกรรม โมเดลที่เคยทำการจัดการความรู้ ที่สำเร็จแล้วรวมทั้งการปรับและนำไปใช้ของหน่วยงานของเรา  ในกลุ่มเราบางหน่วยงานทำแล้วอย่างต่อเนื่อง คือปตท.ที่ทำงานของคุณเอื้อย บุคคลที่กำลังบุกเบิก คือคุณหมอป๊อก มาดนุ่มเสียงเพาะมากเวลาพูด จาโรงพยาบาลยโสธร  ผู้ชำนาญและทำอย่างต่อเนื่อง  คือคุณนกของพวกเรา  ทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มกันอย่างสนุกสนานพร้อมทั้งได้เรียนรู้การทำงานของผู้อื่น  สรุปสุดท้ายของวันนี้ คือวลีสั้นของแต่ละคนที่ได้จากกิจกรรมในวันนี้  ผู้เขียนเอง  ของใช้คำว่า “ขอบคุณได้มีโอกาสเรียนลัด  เพื่อนำไปต่อยอดขยายผลในงานที่รับผิดชอบ” กลับบ้านด้วยความสุข  และขอเชิญบุคคลที่อยากเรียนรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  ในความรู้ที่คุณมีอยู่แล้วทุกคน ลองติดต่อไปยัง  สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส.)

ใส่ความเห็น