การระบายสีกับการเตรียมความพร้อมของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง
โดย ทองพูล บัวศรี(ครูจิ๋ว) มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
- ด้วยโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์ ศรีนครินทร์ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ร่วมกับบริษัทนารายณ์พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ได้ร่วมกันจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างที่ติดตามพ่อแม่มาอยู่ในแหล่งก่อสร้าง ซึ่งมีจำนวนหลายกลุ่มเป้าหมายด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่มีช่วงอายุตั้งแต่ 2.5-5 ปี เป็น กลุ่มที่ทางศูนย์เด็กก่อสร้างจะมีการเตรียมความพร้อม ตั้งแต่ด้านร่างกาย ด้านสังคม ด้านจิตใจ และการพัฒนาสติปัญญาของเด็กในกลุ่มนี้เป็นพิเศษ สำหรับเด็กที่เริ่มมีการเรียนรู้ที่ศูนย์เด็กโดยเฉพาะเด็กกลุ่มเด็กเล็กในศูนย์เด็กก่อสร้าง จะเน้นการเตรียมความพร้อมเป็นหลัก
การเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนเพื่อให้มีลักษณะและพฤติกรรมตามที่กำหนดได้ ให้แนวทางในการเตรียมความพร้อมไว้ดังนี้
การเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย นั้นเป็นการเตรียมเพื่อให้เด็กมีร่างกายที่สมบูรณ์อนามัยดี มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไว รู้จักใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายได้เหมาะสม กระฉับกระเฉง และรู้จักใช้อวัยวะต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ (1) การพัฒนากล้าเนื้อใหญ่ ได้แก่ แขน ขา ลำตัว โดยอาจจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาในส่วนนี้หลายอย่าง อาทิ ให้คลาน ลอด วิ่ง กระโด ลากรถเล่น โยนลูกบอล ขี่จักรยาน เขย่ง ก้าวกระโดด เป็นต้น (2) การพัฒนากล้ามเนื้อ ได้แก่มือ นิ้วมือ รวมทั้งฝึกตาและมือให้สัมพันธ์กับกิจกรรม ซึ่งมีหลายอย่าง อาทิ ฝึกการใช้มือจับของ โยนของ ปั้น ขยำ ใช้นิ้ว ไม้ ดินสอ หยิบของใส่ช่องตามขนาด ท่องกลอน คำคล้องจองหรือร้องเพลง เป็นต้น
การเตรียมความพร้อมด้านสติปัญญา เด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เรียนรู้ทางประสาทสัมผัส ดังนั้นจึงต้องฝึกให้ใช้ประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก กาย ลิ้น อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ใช้เฉพาะส่วนและใช้ให้สัมพันธ์กัน นอกจากนี้ควรฝึกเด็กให้มีคุณสมบัติต่อไปนี้ (1) เป็นคนช่างสังเกต รู้จักซักถาม รู้จักสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว มีหลักในการจดจำ (2) เป็นตัวของตัวเอง มีเหตุผล (3) มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้าและทดลองสิ่งต่างๆผ่านอุปกรณ์ (4) มีทักษะในการใช้ภาษา และมีพื้นฐานในการอ่านเขียนที่ถูกต้อง การฝึกเด็กให้เรียนรู้ด้วยประสาทสัมผัส การสังเกตและรับรู้ ควรฝึกให้เด็กมีความคิดรวบยอดว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร รู้จักเปรียบเทียบความเหมือน ความคล้ายและความแตกต่าง รู้จักจัดคู่และทราบความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกัน รู้จักแบ่งกลุ่ม จัดพวกและเรียงลำดับก่อน-หลัง การจำ ควรฝึกให้เด็กเล่าเรื่อง บอกสิ่งที่ขาดหายไป เกินมาหรือผิดปกติ การคิด ควรฝึกให้เด็กเรียงลำดับภาพตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหลัง ฝึกการซักถาม ตอบคำถาม ฝึกเล่นของเล่นที่ใช้ความคิดแก้ปัญหา
การเตรียมความพร้อมด้านภาษา การฟัง ให้แยกเสียงที่ได้ยิน ให้เข้าใจคำศัพท์ที่ใช้เรียกสิ่งต่างๆฟังคำพูด คำสั่ง หรือคำแนะนำแล้วปฏิบัติได้ถูกต้อง ฟังเร่องราวได้เข้าใจและสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ การพูด ให้ออกเสียงคำต่างๆได้ชัดเจน ถูกต้อง พูดเป็นวลีหรือประโยคให้ผู้อื่นได้เข้าใจ แล้วใช้ภาษาที่สุภาพได้ เล่าเรื่องจากประสบการณ์หรือเล่าเรื่องจากภาพได้ การอ่าน ให้แยกสิ่งที่เห็นได้ อ่านภาพและอ่านท่าทางได้ รู้จักตัวพยัญชนะไทย สระเดียว และคำใกล้ชิดที่ง่ายๆได้ รู้จักแยกเสียงและรูปของตัวอักษรที่เหมือนกัน ต่างกัน การเขียน ฝึกมือให้แข็งแรง ตาและมือมีความสัมพันธ์กัน หยิบดินสอได้ถูกวิธีลากเส้นไปตามทิศทางที่ต้องการได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งการฝึกการระบายสีโดยไม่ให้ออกจากเส้นกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม จนถึงการระบายสีเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ดอกไม้ และใช้สีตามความหมายของสีได้ด้วย
การเตรียมความพร้อมด้านอารมณ์และสังคม ควรฝึกให้เด็กมีอารมณ์ดีอยู่เสมอ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจเย็นไม่โกธรง่าย มีอารมณ์มั่นคง ไม่หวั่นไหวง่าย หรือหงุดหงิดง่าย มีความสนใจสิ่งต่างๆรอบตัว มีช่วงความสนใจนานพอควรและมีสมาธิ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมด้านนี้ (1) ให้มีสังคมนิสัยที่ดี เช่น รู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับบุคคล เวลาและสถานที่รู้จักที่จะอยู่ร่วมและติดต่อกับผู้อื่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีทัศนคติที่ดีต่อคนอื่น ปรับตัวเองให้เข้ากับคนอื่นได้รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น รู้จักแบ่งปัน มีน้ำใจต่อผู้อื่น ฯลฯ มีสุนทรียะและวัฒนธรรม (2) ให้มีกิจนิสัยที่ดี เช่นทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นเวลา มีนิสัยในการทำงานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รอบคอบ สะอาด สวยงาม เป็นต้น (3) ให้มีลักษณะนิสัยที่ดี เช่น ซื่อตรง พูดความจริง รู้หน้าที่และมีความรับผิดชอบ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง อดทน ขยัน รักของ รู้จักเก็บให้เป็นที่และรักษาของ เป็นต้น
จากที่กล่าวมาในเรื่องการพัฒนาการของกลุ่มเด็กเล็กนั้น กับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างนั้น การกระตุ้นที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างโปรดปรานมาก คือ การระบายสี การวาดภาพ ซึ่งเป็นงานศิลปะของเด็กเล็ก
งานศิลปะที่เด็กได้เรียนรู้เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีจินตนาการ การพัฒนาสมองและทักษะการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้จิตใจมนุษย์สงบอ่อนโยน นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองได้ยืนยันว่าการจะทำให้มนุษย์ฉลาดนั้นจะต้องมีการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดังนั้นถ้าอยากฉลาดก็ต้องหากิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระตุ้นประสาท ทำให้เกิดการเชื่อมโยงชองเซลล์สมองในเวลาที่เด็กๆคิดหรือเกิดจินตนาการ
ศิลปะ นั้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับเด็ก โดยเฉพาะการวาดภาพระบายสี เป็นการผ่อนคลาย ฝึกเด็กให้มีสมาธิจดจ่อกับงาน การระบายสีด้วยสีสันที่สวยงามเด็กจะรู้สึกมีความสุข มีชีวิตชีวา ทำไปเรื่อยๆก็จะสนุกและเสริมสร้างการทำงานที่เป็นระเบียบ รอบคอบ แบ่งปันกับเพื่อนๆ
โครงการศูนย์เด็กก่อสร้างเดอะพาร์คแลนด์ ศรีนครินทร์ ได้สร้างโอกาสที่ดีให้เด็กได้มีโอกาสได้เรียนรู้ พร้อมทั้งการฝึกทักษะในเรื่องต่างๆที่เตรียมให้กับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างเกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนตามพัฒนาการของวัยของเขาที่ควรได้รับตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ถ้าผู้ใดมีความประสงค์ที่จะบริจาคสิ่งของอุปกรณ์การระบายสี หรืออุปกรณ์การเรียนการสอน ติดต่อสอบถามที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก โทรศัพท์ 0-2574-3753 โทรสาร 0-2982-1477
Filed under: Uncategorized