20 ปีกับการทำงานเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว ของมูลนิธิ สร้างสรรค์เด็ก
โดยทองพูล บัวศรี มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
ด้วยมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กได้ดำเนินการช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และครอบครัว มาอย่างต่อเนื่อง 20 ปีซึ่งได้ดำเนินโครงการต่างๆ จำนวน 9 โครงการด้วยกัน สิ่งที่เป็นรูปธรรมอย่างเด่นชัด คือ 1.เป็นหน่วยงานที่มีสถานรองรับเด็กเด็กด้อยโอกาสทางสังคม ซึ่งได้แก่เด็กเร่ร่อน เด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง เด็กกำพร้า เด็กที่พ่อแม่ติดคุก เด็กถูกทารุณกรรม เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ เป็นต้น พร้อมกับมีการแก้ไขปัญหาของเด็ก ฟื้นฟูและพัฒนา ให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาตนตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน ภายใต้บรรยากาศแห่งความอบอุ่น ความรักความเข้าใจ การให้อภัย และการให้โอกาส ตลอดจนให้ได้รับการศึกษา และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม ซึ่งได้แก่ บ้านอุปถัมภ์เด้ก และบ้านสร้างสรรค์เด็ก 2.เป็นหน่วยที่ริเริ่มการทำงานเชิงรุก โดยการนำครูรุกเข้าไปหากลุ่มเป้าหมาย โดยมีวิธีการกลไกที่เหมาะสม ที่ช่วยเหลือแก้ไข ฟื้นฟู พัฒนา เด็กและเยาวชนเพื่อให้เด็กเหล่านั้นสามารถคืนสู่สังคมอย่างประณีต การทำงานที่ไม่คำนึงถึงมติเวลาการทำงาน เน้นเวลาที่ลงไปถึงกลลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ดดยกลุ่มเป้าหมายได้ประดยชน์สูงสุด และสามารถพัฒนาและพึ่งพาตนเองได้ ได้แก่ โครงการศูนย์เด็กก่อสร้าง โครงการครูสัญจร โครงการรถความรู้เคลื่อนที่สู่ชุมชน โครงการครูข้างถนน และโครงการช่วยเหลือเด็กและครอบครัว 3. เป็นหน่วยงานที่เป็นแหล่งการเรียนรู้และการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นสถานที่ฝึกงาน,ฝึกอบรม ตลอดจนการศึกษาหาข้อมูล นักวิชาการและอาจารย์ที่เกี่ยวข้องในการวางแผน นโยบาย ยุทธศาสตร์ จะใช้ข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ ทำงานวิจัย และวิทยานิพนธ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเด็กด้อยโอกาสทางสังคม 4.เป็นหน่วยงานริเริ่มการทำงานอาสาสมัคร จากประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในหลากหลายรูปแบบ เช่น การเข้ามาเป็นอาสาสมัครในการทำงานของมูลนิธิฯ เช่น อาสาสมัครพิทักษ์เด็กเร่ร่อน อาสาสมัครเยาวชนสร้างสรรค์ เป็นต้น บางส่วนเป็นผู้บริจาคทรัพย์สินและงบประมาณในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ตลอดจนการเข้ามาเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์เด็ก และเข้าเลี้ยงอาหารเด็กตามความสมัครใจ และเป็นผู้เผยแพร่การทำงานของมูลนิธิฯในระดับกว้าง 5.เป็นหน่วยงานที่มีการทำงานเชื่อมโยงกับองคืกรพัฒนาเอกชนและภาครัฐ โดยการทำงานเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย เช่น ริเริ่มการจัดตั้ง “เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กเร่ร่อน” “เครือข่ายองค์กรเพื่อเด็กลูกกรรมก่อสร้าง” ตลอดจนการทำงานร่วมกับยองค์กรพัฒนาเอกชนในการจัดงานเวทีสิทธิด็กอย่างต่อเนื่อง คือ คณะทำงานด้านเด็ก และ เครือข่ายคนทำงานเพื่อเด็ก และร่วมผลักดันสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้ง “ศุนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เยาวชน และสตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” โดยมีโครงการกองปราบจิ๋วเพื่อให้เด็กได้มาร่วมอบรมและพัฒนาตนเองให้เท่าทันต่อการล่อลวงรูปแบต่างๆ ผลักดันให้โรงพักมีห้องสอบสวนเด็ก,ห้องชี้ตัวเด็ก,พนักงานสอบสวนหญิง และการทำงานเป็นทีมสหวิชาชีพ และโครงการนักเรียนนายร้อยตำรวจสัมผัสปัยหาชุมชนอย่างต่อเนื่องเป็นปี่ 12 และรวมถึงจัดตั้ง “ศูนย์พิทักษ์และช่วยเหลือเด็กทางการศึกษา กระทรวงศึกษาการ” โดยได้ดำเนินการการทำเรื่อง รับแจ้งเหตุเด็กถูกละเมิด และให้ความเป็นธรรมแก่เด็กอย่างเร่งด่วน,รับเรื่องราวร้องทุกข์จากเด็กนักเรียนที่ถูกให้ออกหรือไล่ออกจากโรงเรียน,เปิดกลไกของกระทรวงศึกษาธิการ ให้เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสกลุ่มต่างๆเข้ารับการศึกษาได้อย่างอย่างยิ่งทั่วถึง และเปิดมิติของความหลากหลายทางการศึกษาให้มีการปฏิบัติมากขึ้น เพื่อ “ให้เด็กทุกคนต้องได้เรียนและได้รับการปกป้องคุ้มครอง” 6.ริเริ่มและการพัฒนา “อดีตเด็กเร่ร่อน เด็กก่อสร้าง” มาทำงานพัฒนาช่วยเหลือเด็กในรูปแบบ “ผู้ช่วยครูข้างถนน และผู้ช่วยครูเด้กก่อสร้าง” และพัฒนาเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ตจำนวน 6 คน โดยการเปิดโอกาสในการเรียนหนังสือและการเรียนรู้วิธีการต่างๆที่ช่วยเหลือน้องๆ ให้พ้นจากการเป็นเด็ดเร่ร่อน,เด็กก่อสร้าง ทั้งด้านการพัฒนาทำงานด้วยการศึกษา ดูงาน อบรม เข้าประชุม แลกเปลี่ยน การทำงาน เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักให้เห็นคุณค่า ศักยภาพของตนเองและเป็นทรัพยืกร ทุนทางสังคม ที่มีคุณค่า พร้อมที่จะไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมต่อไป 7.ผลักดันให้เกิดนโยบาย และแผนพัฒนาเกี่ยวกับเด็กด้อยโอกาส โดยในปี 2534 ได้ร่วมกับองคืกรพัฒนาเอกชนด้านเด็ก โดยพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด้กเร่ร่อน เด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง เด้กกำพร้า ฯลฯ เป็นเด็กที่ขาดเอกสารหลักฐาน,ใบเกิด,ทะเบียนบ้าน ที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนที่สังกัดกรุงเทพมหานคร และสังกัดสำนักงานคระกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ ไม่รับเด้กเข้าเรียนในโรงเรียนต่างๆจึงได้มีการทำหนังสือปลัดกระทรวงศึกษาธิการหาแนวทางแก้ไขกระทั่ง กระทรวงศึกษาธิการได้ออก “ระเบียบว่าด้วยหลักฐาน วันเดือน ปีเกิด ในการรับนักเรียน นักศึกษาเข้าเรียน ในสถานศึกษา พ.ศ. 2535 และแนวปฏิบัติในการจัดการศึกษาสำหรับเด้กที่ไม่หลักฐาน ทะเบียนราษฏร และเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย” สำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้รับเด้กทุกคนเข้าเรียนไว้ก่อนแล้วในระยะเวลาในการหาหลักฐานของเด็ก ดดยมีโรงเรียนนำร่องหลายโรงเรียน เช่น โรงเรียนวัดเทวสุนทร โรงเรียนวัดหลักสี่ โรงเรียนตลิ่งชัน เป็นต้น แต่โรงเรียนที่สังกัดสำนักงานึณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ ยังไม่อนุญาตให้เด้กเข้าเรียนจนกระทั่งปี 2541 ได้มีคำสั่งจากรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา ให้ทุกหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงปฏิบัติตามรัเบียบข้างต้น และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมติคณะรัฐมนตรีฉบับนี้ ในปี 2549 และร่วมผลักดันการแก้ไข ปว.294 ปว 132 ที่ใช้มาอย่างยาวนาน โดยเพาะเรื่องการทำงานเหลือเด็กเร่ร่อนจยแก้ไขเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 8.ในปี 2535 ได้ผลักดันให้ทางสำนักสวัสดการสังคม กรุงเทพมหานคร จัดดำเนินการ โครงการครูอาสาสอน ในแหล่งก่อสร้างและเด็กเร่ร่อน ดดยร่วมกับคณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ ทางมูลนิธิฯพร้อมด้วยเจ้าหนาที่ทุกท่าน ได้จัดฝึกอบรมครูอาสาในภาคปฏิบัติ ในพื้นที่ทางมูลนิธิทำงานอยู่ในระยะเวลา 3 สัปดาห์ แล้วจึงกลับไปปฏิบัติงานในหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ในขณะนี้ทางสำนักสวัสดิการสังคมยีงดำเนินโครงการต่อเนื่องและร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายองคืกรเพื่อเด้กเร่ร่อน และเครือข่ายองค์กรทำงานเพื่อเด็กลูกกรรมก่อสร้าง โดยมีคณะครูอาสาสอนเด็กเล็กในแหล่งก่อสร้าง จำนวน 10 คน คณะครูอาสาสอนเด้กเร่ร่อน ตนพัฒนาเป็นศูนย์เการเรียนรู้เด็กด้อยโอกาน จำนวน 10 คน พร้อมมีอาสาสมัครหนุ่มสาวที่เข้าไปเรียนรู้งานจำนวนมาก 9. ในปี 2535 เป็นมา ได้เริ่มขยายแนวความคิดเกี่ยวกับทำงานช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนไปยังส่วนภูมิภาค ซึ่งได้แก่ มูลนิธิเพื่อชีวิตเด็ก จังหวัดอุดรธานี ,มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล โครงการช่วยเหลือเด็ก เป็นมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก จังหวัดขอนแก่น, บ้านเด็กพระมหาไถ่พัทยา จังหวัดชลบุรี ,โครงการพัฒนาเด้กด้อยโอกาส(พื้นที่สะพานพุทธ),กลุ่มพันธกิจเพื่อสังคม จังหวัดสมุทปราการ, โครงการสร้างสรรค์เด้กเวียงพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่, โครงการสร้างสรรค์เด้กสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นต้น แล้วได้ดำเนินการค่อเนื่องขยายไปยังกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น(เทศยาบและมหาเทศบาล) ที่จัดครูอาสาสอนตามจังหวัดต่างๆ 19 จังหวัด และในปี 2544 ได้ขยายไปยังโครงการครูตำรวจรถไฟข้างถนน และครูตำรวจข้างถนนที่ดำเนินการตอเนื่องในปัจจุบัน และในปี 2545 ทางกรมการศึกษานอกดรงเรียน ได้ดำเนินโครงการจัดการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตเด็กเร่ร่อน จำนวน 17 จังหวัด 10.เป็นหน่วยงานที่ริเริ่มการมีส่วนร่วมของบริษัทก่อสร้างเข้ามามีส่วนร่วมในการพั?นาเด้กลูกกรรมกรก่อสร้าง ที่เรียกว่า CSR: Corporate Social responsibility ความรับผิดชอบร่วมกันในการพัฒนาสังคม โดดยเริ่มตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา บริษัทก่อสร้างที่ให้ทางมูลนเธิสร้างสรรค์เด็กไปดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จะเป็นผู้จ่ายค่าใฃ้จ่ายให้ทั้งหมด ตั้งแต่ ค่าอาหารกลางวันเด็ก ค่ากิจกรรม ค่าอุปกรณ์การเรียนการสอน ค่ารักษาพยาบาลเด็ก และค่าเงินเดือนครู จำนวนไม่น้อยนกว่า 45 ศูนย์เด็กก่อสร้าง ซึ่งได้แก่บริษัทแลนด์แอนเฮาส์ มหาชนจำกัด บริษัทเครือมั่นคงเคหะการจำกัด บริษัทนีมาคอนสตั่นชั่นจำกัด บริษัทศรีวรราไฮเทค มหาชนจำกัด บริษัทธนายงซิตีมหาชนจำกัด บริษัทนารายณ์พร๊อพเพอตี จำกัด เป็นต้น
จาดตัวอย่างการทำงานมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลนิธิฯได้รับการเผยแพร่จากสื่อมวลชน ทั้งวิทยุ โทร?ศน์ หนังสือพิมพ์ และเอกสารต่างๆจนเป็นที่รู้จักทั้งหน่วยงานภาครัฐและองค์กรธุรกิจ และประชาชนทั่วไป
Filed under: Uncategorized | Tagged: Add new tag, มูลนิธิสร้างสรรค์เ