งาน วิจัยเรื่อง ปัญหาการเข้าถึงบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง

งาน วิจัย เรื่อง ปัญหาการเข้าถึงบริการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี ของเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง

            วิจัยโดย นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์(ครูหยุย)

            เรียบร้อย โดย ทองพูล  บัวศรี  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

ความสำคัญของปัญหา

          ด้วยเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง เป็นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่สามารถเข้าถึงบริการการศึกษาของรัฐได้ ซึ่งอาจมาจากสาเหตุหลายประการด้วยกัน แต่สิ่งที่ปรากฎอย่างชัดเจน คือผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชนไม่ได้ส่งเด้กเข้าเรียน/เด้กบางคนต้องออกกลางคันมาเป็นแรงงาน หรือบางคนกลายเป็นพ่อแม่วัยรุ่น การที่เป็นกลุ่มนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 30,000 คน ทั่วประเทศที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่ ทำให้เด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง ไม่มีโอกาสทางการศึกษาไม่มีโอกาสที่จะเลือกงานทำ ตลอดจนการดำเนินชีวิตตามสิทธิของเด็กที่จะเลือกได้

วัตถุประสงค์

       การศึกษาครั้งนี้ต้องการทราบถึงปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่ทำให้เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างไม่ได้เรียนหรือลาออกกลางคัน ปัจจัยที่เด็กลูกกรรมกรก่อสร้างที่สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานจากรัฐ 12 ปี และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจัดการศึกษาให้เข้าถึงเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง และหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง

วิธีการดำเนินการ

       ดำเนินการด้วยการศึกษาจากเอกสาร หนังสือ เอกสาร บทความ งานวิจัย งานวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก กลุ่มตัวอย่าง 40 คน นำมาวิเคราะห์ สังเคราะหก์ออกมาตามวัตุประสงค์การศึกษาที่ตั้งไว้

ผลการศึกษา

        สรุปปัจจัยและสาเหตุที่กลุ่มผู้ปกครองเด็ก พ่อแม่และเยาวชน และเด็กและเยาวชนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ/เด็กออกกลางคัน ผลการสรุปคือ  1.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชน ไม่มีผู้ดูแลเด็กที่บ้านต่างจังหวัด ต้องทิ้งเด็กไว้ตามลำพังในชนบท ไม่มีบาน ญาติ ครอบครัว อยู่ในชนบทจึงต้องพาครอบครัวย้ายไปเรื่อยๆไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอน 2.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชนไม่มีเงินพอที่จะส่งลูกไปเรียนหนังสือ เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเรียนจำนวนมาก 3.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชน เห็นว่าเด็กมีอายุมากเกินไป ที่จะไปเรียนหนังสือในโรงเรียน 4.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชน มีการย้ายงานบ่อยมาก และงานที่ทำไม่มีความแน่นอนในเรื่องระยะเวลาทำงาน และรายได้  5.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด้กและเยาวชน มีทัศนคติว่าเรียนไปแล้วเอาความรู้ไม่ทำอะไรไม่ได้ สู้ให้เด็กทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างดีกว่าได้เงินด้วย และมีความเชื่อว่าเด็กเก่งแล้ว 6.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชน ไม่มีเอกสารหนักฐาน ในเกิด ทะเบียนบ้าน เพราะบางคนครอบครัวเป็นพม่า ชนกลุ่ทน้อย เป็นต้น 7.ปัยหาที่พฤติกรรมเด็กไม่ยอมไปเรียนหนังสือ หนีโรงเรียน เวลาเรียนไม่ครบตามกำหนดของหลักสูตร มีปัญหาเรื่องการปรับตัวที่โรงเรียน เด้กเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทะเลาะกับเพื่อนต่างโรงเรียน และมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรจนตั้งครรภ์

          สรุปปัจัยและสาเหตุที่กลุ่มผู้ปกครองเด้ก พ่อแม่เด้กและเยาวชนที่ได้เรียนหนังสือ ผลการสรุป คือ 1.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชนมีเงินที่จะส่งเด็กเรียนหนังสือได้ 2.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชนมีทัศนคติที่ให้การศึกษาแก่เด็ก ถือเป็นหน้าที่ของผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเห็นความสำคัญของการศึกษา 3.ผู้ปกครอง พ่อแม่เด้กและเยาวชนต้องการให้เด็กมีความรู้ และสามารถเรียนตามความต้องการ และสามารถเลือกอาชีพที่มั่นคง และเป็นที่พึงของครอบครัวในอนาคต และ4. ผู้ปกครอง พ่อแม่เด็กและเยาวชนต้องการให้เด็กเรียนเป็นตัวอย่างต่อหลานๆให้ขยันเรียนเพื่อเป็นคนดีของชาติ และสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้

ข้อเสนอแนะ   มี ข้อเสนอแนะนโยบาย 1. รัฐบาล โดยเพาะกระทรวงศึกษาธิการต้องทบทวนการปฏิบัติตาม และปรับปรุงนโยบายและแก้ไขกฎระเบียบ ข้อปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2550 ที่กำหนดไว้ในมาตรา 49  2.พัฒนายุทธศาสตร์ มาตรการ พัฒนากลไก และกระบวนการ ในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสทุกกลุ่ม รวมถึงเด็กกลุ่มลูกกรรมก่อสร้างให้มีความชัดเจน เหมาะสมกับนโยบายและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง 3.สำนักงานเขตการศึกษา สถานศึกษา ควรมีการกำหนดมาตรการช่วยเหลือเด้กนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม และควรมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองของนักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนทุกระดับชั้น โดยต้องมีทุนการศึกษาหรือการจัดตั้งกองทุนการเรียนและการฝึกอาชีพ  4.กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเขตการศึกษา สถานศึกษา สถานประกอบการ ควรมียุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ พร้อมด้วยงบประมาณ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กอพยพต่างด้าว และเด็กชนเผ่า รวมทั้งจัดทำแนวทางหรือคู่มือการสนับสนุนให้ชัดเจนง่ายต่อสถานศึกษานำไปปฏิบัติ 5.กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุจ กระทรวงวัฒนธรรม และหนาวยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมียุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ งบประมาณ ในการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา การมีเพศสัมพัน์ก่อนวัยอันควร นำไปสู่การเป็นพ่อแม่วัยรุ่นที่อายุน้อยยังน้อยซึ่งอยู่ในวัยการศึกษา       

       ข้อเสนอเชิงมาตรการเร่งด่วน 1.หน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ ต้องปรับปรุงระเบียบ การปฏิบัติงาน ให้เอื้อต่อการรับเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง และกล่มด้อยโอกาสกลุ่มอื่น เข้าศึกษาอย่างทั่วถึงทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ 2.พัฒนาระบบการส่งเด็กให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบฐานข้อมูล ซึ่งรัฐกำลังจัดระบบภายใต้โครงการอี-ซิติเซน และมีระบบข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้อง ชัดเจน มีเอกสารการศึกษาครบถ้วน สามารถเทียบโอนการเรียนรู้ได้  3.การจัดการศึกษา ของสำนักการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย กระทรงศึกษษะการ ต้องมีความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้เด้กลูกกรรมกรก่อสร้าง เยาวชนแรงงานก่อสร้าง ได้รับการศึกษาอย่างสะดวก ทั่งถึงทุกเวลาในลักษณะ ไม่มีรอยไม่มีรุ่น และมีรูปแบบที่หลากหลายสอดคล้องกับลักษระของเด็ก เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสและทางเลือกให้กับเด็ก 4.ต้องพัฒนาครูและบุคลากร ซึ่งรับผิดชอบในการจัดการศึกษาสำหรับเด้กลูกกรก่อสร้าง แรงงานกรรมกรก่อสร้าง และกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ให้มีคุรภาพและเพียงพอโดยเพาะในด้านความรู้และทักษะเกี่ยวกับการดูแลจนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการวางแผนในอนาคต 5.ต้องมีการพัฒนาระบบเครือข่ายการทำงานและแลกเปลี่ยนบุคลากรในลักษณะของการทำงานร่วมกัน และประสานงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดเอกภาพ และสามารถช่วยเหลือเด็กลูกกรรมกรก่อสร้าง เด็กด้อยโอกาส อย่างทั่วถึง  6.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดสรร

Leave a Reply